poprock View my profile

มาแล้วจ้ะ แม้จะตั้งกระทู้ใน Pantip ไปเกือบ 3-4 วันแล้ว
แต่เพื่อความกันเหนียว กลัวกระทู้หายไปตามกาลเวลา
ก็ขอพึ่งใบบุญ Exteen เก็บความทรงจำไว้สักหน่อยแล้วกันเนาะ ..
 
*หมายเหตุ*
1. กระทู้นี้เป็นการเล่ารายละเอียดภายในคอนเสิร์ต อาจถึงขั้นละเอียดมาก ใครไม่ชอบเรื่องราวประเภทเปิดเผยเนื้อหาสำคัญกรุณากด X ออกกระทู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้เลย
2. หากเนื้อหามีการผิดพลาดตกหล่น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เนื่องจาก มัวแต่อิ่มเอมกับภาพบนเวที เลยอาจลืมบางส่วนบางตอนไป และเพราะได้ที่นั่งริงไซด์(ติดหลังคาอิมแพค) เลยอาจไม่เห็นชอตสำคัญบางชอตแบบคนนั่งหน้าเวที
3. เวลาที่ปรากฏในเนื้อหาเร็วกว่าเวลาจริง 10 นาที (หมายเหตุ อ้างอิงจากนาฬิกาผู้เขียน)
4. ด้วยผู้เขียนไม่ได้มีความรู้ทางด้านดนตรีถึงขั้นสุดยอด และไม่ได้มีทักษะด้านการเขียนถึงขั้นเทพ อาจบรรยายได้ไม่ถึงใจ (และมั่นใจคอนเสิร์ตนี้ ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดที่สามารถสื่อความรู้สึกทั้งหมดต่อคอนเสิร์ตได้แน่นอน)
5. จุดใดที่ผู้เขียนบรรยายไม่ครบถ้วนหรือบรรยายเพียงเล็กน้อยหมายความว่า จำไม่ค่อยได้ -*- และแม้คำบรรยายอาจดูโอเว่อร์และลิเกไปบ้าง แต่เขียนมาจากความรู้สึกของผู้เขียนจริงๆนะจ๊ะ
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ความยาว : 180 นาที
 
วันทำการแสดง : 8 พฤจิกายน พ.ศ.2554

TRACK LIST
 
1. JADE
 
2. Rusty Nail
 
3.Silent Jealousy
 
3.1 [GUITAR SOLO] Pata and Heath
 
4. Drain
 
4.1 [VIOLIN SOLO] BY SUGIZO
 
4.2 [PIANO SOLO] BY YOSHIKI
 
5. KURANAI
 
6. BORN TO BE FREE
 
6.1 [DRUM SOLO] BY YOSHIKI
 
6.2 [PIANO SOLO] BY YOSHIKI
 
6.3 [PIANO COVER] DUEN PEN (CARABAO) BY YOSHIKI
 
7. IV
 
8. X
 
ENCORE
 
10.ENDLESS RAIN
 
10.1 [VIOLIN SOLO] BY SUGIZO
 
11. ART OF LIFE (INTRO BY YOSHIKI)
 
12. ART OF LIFE
 
BONUS TRACK
 
13. THANK YOU TO THE X FANS WITH “TEARS”
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
8.50 PM

ทันที ที่ไฟในฮอลล์ดับลง เหล่าเอ็กแฟนก็ส่งเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ไฟบนเวที สาดแสงไปทั่วแล้วเสียงดนตรีทำนองคล้ายเพลงโอเปร่าก็ดังขึ้นจนกระทั่ง ไฟทั้งหมดดับลง และบน Drum stage ก็ปรากฏร่างชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวยืนอยู่เบื้องหลังกลองชุดคริสตัล มีไฟสปอตไลท์ส่องอยู่ที่ตัวเขา ชื่อของเขาคือ “โยชิกิ” เรียกเสียงกรีดร้องจากแฟนๆทั่วทั้งฮอลล์
 

9.00 PM

แล้วแสงสีบนเวทีก็เปลี่ยนไป พร้อมกับเสียงลีดด์กีต้าร์ที่ระเบิดขึ้นเป็นอินโทรเข้าสู่เพลง JADE ไฟบนเวทีสว่างขึ้นเผยให้เห็นถึงสมาชิกอีก 4 คนอันได้แก่ พาตะ มือกีต้าร์ ฮีท มือเบส โทชิ นักร้องนำ และ ซูกิโซ มือกีต้าร์สมาชิกคนใหม่ล่าสุดของวง
 
โทชิเปิดฉากทักทายแฟนๆด้วยภาษาไทยทันที เรียกเสียงตอบรับกึกก้องยินดี “ทั้ง สวัสดีครับเมืองไทย” “รอนานมั้ย” “ผมรักคุณ”
 
 
9.14 PM

เมื่อเพลงเริ่มทุกคนก็ร้องตามโทชิที่ระเบิดพลังเสียงเพลง JADE เพลงโปรโมตจากอัลบั้มล่าสุด แล้วต่อด้วยเพลง Rusty Nail ทันที
 

9.20 PM

เมื่อ เสียงกลองค่อยๆแผ่วลง แสงสีบนเวทีก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อเสียงกีต้าร์ดังอินโทรดังแฟนๆก็กรีดร้องอีกครั้ง เมื่อรู้ว่า นี่คือเพลง Silent Jealousy เพลงดังจากอัลบั้ม Jealousy ในปี 1991
 
 
 
9.30 PM

เมื่อ เพลงจบลง ทุกคนเริ่มทยอยลงจากเวที และ ฮีท กับพาตะก็กลับขึ้นมา พร้อมกับโทชิ โทชิได้ทักทายแฟนๆ พร้อมกับแนะนำว่าต่อไปนี้ คือช่วง SOLO ของมือกีต้าร์และมือเบส แต่ก้เป็นช่วงโซโล่แค่เพียงครู่เดียว ก็เข้าสู่เพลง Drain ทันที
 
 
 
9.32 PM

Drain คือเพลงที่แต่งโดย ฮิเดะและโทชิ จากอัลบั้ม Dahlia เป็นเพลงที่อยู่ในเกือบทุกอัลบั้มรวมฮิต และอัลบั้มคอนเสิร์ต แม้จะไม่ใช่เพลงฮิตติดหู แต่ถือเป็นเพลง Signature ของวงที่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มแรก และเมื่อเพลงจบลง ไฟบนเวทีก็ดับลงอีกครั้ง..
 
 
 
9.37 PM

ชาย หนุ่มในชุดกรุยกรายรุ่ยร่าย เดินขึ้นมายัง Piano Stage แว้บแรกเราคิดว่าเขาคือโยชิกิ แต่เมื่อสตาฟฟ์หยิบ คริสตัล ไวโอลินส่งให้เขา สปอตไลท์ส่องอยู่ที่เหนือหัวเขาที่อยู่ในท่าพร้อม คันสีไวโอลินบรรจบอยู่ที่ไวโอลิน และบทเพลงเริ่มบรรเลง เราจึงรู้ว่าเขาคือ Sugizo มือกีต้าร์และไวโอลินของวงนั่นเอง
 
ทันที ที่ เดี่ยวไวโอลินของสุกิโซเริ่มบรรเลง ทั่วทั้งฮอลล์พลันเงียบกริบ ไม่มีเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องสำหรับสมาชิกหน้าใหม่คนนี้ แต่หาใช่เพราะความรังเกียจชิงชัง แต่เป็นเพราะ เสียงไวโอลินของซูกิโซสามารถหยุดลมหายใจของคนทั้งฮอลล์ได้จริงๆ เมื่อมองลงไปที่เบื้องล่าง ยังเห็นผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงทำแท่งไฟเป็นอักษรไขว้ค้างไว้ เหมือนถูกซูกิโซสะกด เขาคือคนที่เหมาะสมกับวงร้อคระดับตำนานวงนี้จริงๆ
 
และ ท่วงทำนองสุดพิศวงของซูกิโซก็เปลี่ยนไปเป็นกระชั้นและเร็วขึ้นเรื่อย และเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน เป็นท่วงทำนองสนุกๆของไวโอลิน เสียงโห่ฮาของผู้ชมก็ดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือ และเสียงชื่นชม (หมายเหตุ* ตรงเดี่ยวไวโอลินท่อนนี้ที่คนปรบมือให้ ผู้เขียนมีความเข้าใจว่า ซูกิโซเล่นทำนองแปลกๆที่ไม่เหมือนเสียงไวโอลิน เหมือนเพลงพื้นบ่านไทยบางเพลง และเสียงไวโอลินกลับคล้ายเสียงแคนขึ้นมาซะอย่างนั้น ปล.ผู้เขียนอาจมั่วไปเองกรุณาเข้าใจด้วย)
 
ชาย หนุ่มในชุดคลุมแดงได้ก้าวขึ้นมายัง Piano Stage เขานั่งลงที่หน้าคริสตัลเปียโน เสียงกรี๊ดดังขึ้น และทั้งโยชิกิและซุกิโซก็ผลัดกันบรรเลง ท่อนอินโทรของเพลงๆหนึ่ง ทำให้แฟนๆรู้ทันทีว่าเพลงต่อไปคือเพลงอะไร ...

เมื่อการเดี่ยวไวโอลิ นของซูกิโซจบลง โชว์เดี่ยวเปียโนเล็กๆของโยชิกิก็เริ่มขึ้น เมื่อโชว์สั้นๆสิ้นสุด โยชิกิก็ผละไปที่ Drum Stage  เพลงต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
 
 
 
9.44 PM

Kuranai เพลงที่แต่งเนื้อร้องโดยโยชิกิเริ่มต้นขึ้น เป็นเพลงฮิตของซิงเกิ้ลที่ 3 ของวงที่โด่งดังอย่างมากในปี 1989 (ปีนั้นผู้เขียนพึ่ง 1 ขวบเองอ้ะ -*-) ในช่วงนี้มีทั้งการเดี่ยวกีต้าร์และโซโล่กลอง แต่อนิจจา ผู้เขียนจำไม่ค่อยได้ว่าใครเริ่มต้นอะไรยังไงบ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ (จดเวลาไว้แล้วก็นั่งดูอย่างเดียว เลยจำรายละเอียดไม่ค่อยได้อ่ะ TT)
 
 
 
9.52 PM

โท ชิส่งไมค์ให้โยชิกิทักทายแฟนๆอย่างเป็นทางการครั้งแรก ทันทีที่เสียงแหบนิ่มของโยชิกิดังขึ้น เสียงกรี๊ดทั่วทั้งฮอลล์ก็ระเบิดขึ้นทันที โยชิกิได้พูดทักทายแฟนๆเป็นภาษาไทยหลายครั้ง และภาษาอังกฤษ (แต่ยอมรับว่าบางประโยคฟังไม่รู้เรื่องเลย อาจเป็นเพราะระบบเสียงภายในคอนเสิร์ต)
 
 

9.57 PM

 โย ชิกิกลับไปที่ Drum Stage อีกครั้งแล้วไฟบนเวทีก็วูบวาบเป็นสีสันที่สวยงามแปลกตา (ผู้เขียนคิดว่าไฟในเพลงนี้สวยงามอลังการมาก) เพลง Born to be free ก็ดังขึ้น โทชิโชว์พลังเสียงอันสุดยอดออกมาอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ร้องเพลง โทชิจะคอยพูดคุยกับแฟนๆเสมอๆ ทั้ง WE ARE X และการ SCREAM
 
 
10.02 PM

สมาชิก ที่เหลือทยอยลงจากวง เหลือเพียงโยชิกิในชุดคลุมสีขาว ที่กำลังสลัดชุดคลุมออกแล้วเริ่มต้น DRUM SOLO สุดอลังการ ยังไม่ทันที่เดี่ยวกลองจะสิ้นสุด โยชิกิก็ล้มลงไปบนพื้นและลุกขึ้นมาเล่นเปียโนต่อทันที 
และ เช่นกันที่การบรรเลงเปียโนยังไม่ทันสิ้นสุด โยชิกิก็ผละไปหากลองและรัวตีไม่ยั้งอีกครั้ง คราวนี้เขาผละกลับมาหาเปียโน แต่ท่วงทำนองเร่งเร้าแบบเดิมกลับเปลี่ยนไป กลายเป็นท่วงทำนองหวานเพราะเสนาะหู ... ที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด...
 
 
 
10.07 PM

และ ทันทีที่ช่วงอินโทรของเพลงที่เรายังเดาไม่ออกว่าคือเพลงอะไรนั้นจบลง เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือก็ดังระเบิดขึ้น เมื่อเสียงเปียโนนั้นแท้จริงคือเพลง เดือนเพ็ญ ของวงคาราบาว ที่โยชิกิบรรเลงได้อย่างเพราพริ้ง เมื่อเอ็กแฟนเริ่มจับทำนองได้ จึงได้พร้อมใจกันร้องเพลง เดือนเพ็ญคลอไปด้วยจนจบเพลง นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลืมเลือน และไม่อาจหาคำพูดมาอธิบายได้อย่างครอบคลุมจริงๆ
 
 
10.14 PM

IV เพลงซิงเกิ้ลที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ SAW ที่ออกในปี 2008 ได้ถูกบรรเลงขึ้น และตามด้วยเพลงสุดฮิตที่อาจถือว่าเป็นไคลแม็กซ์ในทุกคอนเสิร์ตของ X Japan ก็เริ่มขึ้น...
 
 
 
10.19 PM

เมื่อเพลง X ได้เริ่มต้นขึ้น ทั่วทั้งฮอลล์ก็ลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียงกัน (หลายคนลุกตั้งแต่เพลงแรกแล้ว)
 
เมื่อ เข้าสู่ท่อนฮุคก็เกิด X Jump ขึ้น (คือการกระโดดทำมือไขว้เป็นตัว X) โดยพร้อมเพรียง แล้วเพลงเบรคลง ปล่อยให้โยชิกิออกมาทักทายแฟนๆด้วยการ SCREAMMMMMMMM ต่อเนื่องเป็น 10 รอบ (ตรงนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าโยชิกิออกมาสครีมในเพลงนี้หรือเปล่า แต่จำได้ว่าออกมาหลายเพลงมาก) และในที่สุด โยชิกิก็เดินลงมาที่หน้าเวที และปีนขึ้นไปแผงกั้นเพิ่อสัมผัสกับแฟนๆแถวหน้า เรียกเสียงกรี๊ดไปทั่วทั้งฮอลล์ (เสียงกรี๊ดของความอิจฉาบัตร 6,000)