poprock View my profile

มาแล้วจ้ะ แม้จะตั้งกระทู้ใน Pantip ไปเกือบ 3-4 วันแล้ว
แต่เพื่อความกันเหนียว กลัวกระทู้หายไปตามกาลเวลา
ก็ขอพึ่งใบบุญ Exteen เก็บความทรงจำไว้สักหน่อยแล้วกันเนาะ ..
 
*หมายเหตุ*
1. กระทู้นี้เป็นการเล่ารายละเอียดภายในคอนเสิร์ต อาจถึงขั้นละเอียดมาก ใครไม่ชอบเรื่องราวประเภทเปิดเผยเนื้อหาสำคัญกรุณากด X ออกกระทู้ ณ บัดเดี๋ยวนี้เลย
2. หากเนื้อหามีการผิดพลาดตกหล่น ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ เนื่องจาก มัวแต่อิ่มเอมกับภาพบนเวที เลยอาจลืมบางส่วนบางตอนไป และเพราะได้ที่นั่งริงไซด์(ติดหลังคาอิมแพค) เลยอาจไม่เห็นชอตสำคัญบางชอตแบบคนนั่งหน้าเวที
3. เวลาที่ปรากฏในเนื้อหาเร็วกว่าเวลาจริง 10 นาที (หมายเหตุ อ้างอิงจากนาฬิกาผู้เขียน)
4. ด้วยผู้เขียนไม่ได้มีความรู้ทางด้านดนตรีถึงขั้นสุดยอด และไม่ได้มีทักษะด้านการเขียนถึงขั้นเทพ อาจบรรยายได้ไม่ถึงใจ (และมั่นใจคอนเสิร์ตนี้ ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดที่สามารถสื่อความรู้สึกทั้งหมดต่อคอนเสิร์ตได้แน่นอน)
5. จุดใดที่ผู้เขียนบรรยายไม่ครบถ้วนหรือบรรยายเพียงเล็กน้อยหมายความว่า จำไม่ค่อยได้ -*- และแม้คำบรรยายอาจดูโอเว่อร์และลิเกไปบ้าง แต่เขียนมาจากความรู้สึกของผู้เขียนจริงๆนะจ๊ะ
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
ความยาว : 180 นาที
 
วันทำการแสดง : 8 พฤจิกายน พ.ศ.2554

TRACK LIST
 
1. JADE
 
2. Rusty Nail
 
3.Silent Jealousy
 
3.1 [GUITAR SOLO] Pata and Heath
 
4. Drain
 
4.1 [VIOLIN SOLO] BY SUGIZO
 
4.2 [PIANO SOLO] BY YOSHIKI
 
5. KURANAI
 
6. BORN TO BE FREE
 
6.1 [DRUM SOLO] BY YOSHIKI
 
6.2 [PIANO SOLO] BY YOSHIKI
 
6.3 [PIANO COVER] DUEN PEN (CARABAO) BY YOSHIKI
 
7. IV
 
8. X
 
ENCORE
 
10.ENDLESS RAIN
 
10.1 [VIOLIN SOLO] BY SUGIZO
 
11. ART OF LIFE (INTRO BY YOSHIKI)
 
12. ART OF LIFE
 
BONUS TRACK
 
13. THANK YOU TO THE X FANS WITH “TEARS”
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
8.50 PM

ทันที ที่ไฟในฮอลล์ดับลง เหล่าเอ็กแฟนก็ส่งเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ไฟบนเวที สาดแสงไปทั่วแล้วเสียงดนตรีทำนองคล้ายเพลงโอเปร่าก็ดังขึ้นจนกระทั่ง ไฟทั้งหมดดับลง และบน Drum stage ก็ปรากฏร่างชายคนหนึ่งในชุดคลุมสีขาวยืนอยู่เบื้องหลังกลองชุดคริสตัล มีไฟสปอตไลท์ส่องอยู่ที่ตัวเขา ชื่อของเขาคือ “โยชิกิ” เรียกเสียงกรีดร้องจากแฟนๆทั่วทั้งฮอลล์
 

9.00 PM

แล้วแสงสีบนเวทีก็เปลี่ยนไป พร้อมกับเสียงลีดด์กีต้าร์ที่ระเบิดขึ้นเป็นอินโทรเข้าสู่เพลง JADE ไฟบนเวทีสว่างขึ้นเผยให้เห็นถึงสมาชิกอีก 4 คนอันได้แก่ พาตะ มือกีต้าร์ ฮีท มือเบส โทชิ นักร้องนำ และ ซูกิโซ มือกีต้าร์สมาชิกคนใหม่ล่าสุดของวง
 
โทชิเปิดฉากทักทายแฟนๆด้วยภาษาไทยทันที เรียกเสียงตอบรับกึกก้องยินดี “ทั้ง สวัสดีครับเมืองไทย” “รอนานมั้ย” “ผมรักคุณ”
 
 
9.14 PM

เมื่อเพลงเริ่มทุกคนก็ร้องตามโทชิที่ระเบิดพลังเสียงเพลง JADE เพลงโปรโมตจากอัลบั้มล่าสุด แล้วต่อด้วยเพลง Rusty Nail ทันที
 

9.20 PM

เมื่อ เสียงกลองค่อยๆแผ่วลง แสงสีบนเวทีก็เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อเสียงกีต้าร์ดังอินโทรดังแฟนๆก็กรีดร้องอีกครั้ง เมื่อรู้ว่า นี่คือเพลง Silent Jealousy เพลงดังจากอัลบั้ม Jealousy ในปี 1991
 
 
 
9.30 PM

เมื่อ เพลงจบลง ทุกคนเริ่มทยอยลงจากเวที และ ฮีท กับพาตะก็กลับขึ้นมา พร้อมกับโทชิ โทชิได้ทักทายแฟนๆ พร้อมกับแนะนำว่าต่อไปนี้ คือช่วง SOLO ของมือกีต้าร์และมือเบส แต่ก้เป็นช่วงโซโล่แค่เพียงครู่เดียว ก็เข้าสู่เพลง Drain ทันที
 
 
 
9.32 PM

Drain คือเพลงที่แต่งโดย ฮิเดะและโทชิ จากอัลบั้ม Dahlia เป็นเพลงที่อยู่ในเกือบทุกอัลบั้มรวมฮิต และอัลบั้มคอนเสิร์ต แม้จะไม่ใช่เพลงฮิตติดหู แต่ถือเป็นเพลง Signature ของวงที่ถูกบรรจุอยู่ในอัลบั้มแรก และเมื่อเพลงจบลง ไฟบนเวทีก็ดับลงอีกครั้ง..
 
 
 
9.37 PM

ชาย หนุ่มในชุดกรุยกรายรุ่ยร่าย เดินขึ้นมายัง Piano Stage แว้บแรกเราคิดว่าเขาคือโยชิกิ แต่เมื่อสตาฟฟ์หยิบ คริสตัล ไวโอลินส่งให้เขา สปอตไลท์ส่องอยู่ที่เหนือหัวเขาที่อยู่ในท่าพร้อม คันสีไวโอลินบรรจบอยู่ที่ไวโอลิน และบทเพลงเริ่มบรรเลง เราจึงรู้ว่าเขาคือ Sugizo มือกีต้าร์และไวโอลินของวงนั่นเอง
 
ทันที ที่ เดี่ยวไวโอลินของสุกิโซเริ่มบรรเลง ทั่วทั้งฮอลล์พลันเงียบกริบ ไม่มีเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องสำหรับสมาชิกหน้าใหม่คนนี้ แต่หาใช่เพราะความรังเกียจชิงชัง แต่เป็นเพราะ เสียงไวโอลินของซูกิโซสามารถหยุดลมหายใจของคนทั้งฮอลล์ได้จริงๆ เมื่อมองลงไปที่เบื้องล่าง ยังเห็นผู้ชมส่วนใหญ่ยังคงทำแท่งไฟเป็นอักษรไขว้ค้างไว้ เหมือนถูกซูกิโซสะกด เขาคือคนที่เหมาะสมกับวงร้อคระดับตำนานวงนี้จริงๆ
 
และ ท่วงทำนองสุดพิศวงของซูกิโซก็เปลี่ยนไปเป็นกระชั้นและเร็วขึ้นเรื่อย และเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน เป็นท่วงทำนองสนุกๆของไวโอลิน เสียงโห่ฮาของผู้ชมก็ดังขึ้นพร้อมเสียงปรบมือ และเสียงชื่นชม (หมายเหตุ* ตรงเดี่ยวไวโอลินท่อนนี้ที่คนปรบมือให้ ผู้เขียนมีความเข้าใจว่า ซูกิโซเล่นทำนองแปลกๆที่ไม่เหมือนเสียงไวโอลิน เหมือนเพลงพื้นบ่านไทยบางเพลง และเสียงไวโอลินกลับคล้ายเสียงแคนขึ้นมาซะอย่างนั้น ปล.ผู้เขียนอาจมั่วไปเองกรุณาเข้าใจด้วย)
 
ชาย หนุ่มในชุดคลุมแดงได้ก้าวขึ้นมายัง Piano Stage เขานั่งลงที่หน้าคริสตัลเปียโน เสียงกรี๊ดดังขึ้น และทั้งโยชิกิและซุกิโซก็ผลัดกันบรรเลง ท่อนอินโทรของเพลงๆหนึ่ง ทำให้แฟนๆรู้ทันทีว่าเพลงต่อไปคือเพลงอะไร ...

เมื่อการเดี่ยวไวโอลิ นของซูกิโซจบลง โชว์เดี่ยวเปียโนเล็กๆของโยชิกิก็เริ่มขึ้น เมื่อโชว์สั้นๆสิ้นสุด โยชิกิก็ผละไปที่ Drum Stage  เพลงต่อไปกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
 
 
 
9.44 PM

Kuranai เพลงที่แต่งเนื้อร้องโดยโยชิกิเริ่มต้นขึ้น เป็นเพลงฮิตของซิงเกิ้ลที่ 3 ของวงที่โด่งดังอย่างมากในปี 1989 (ปีนั้นผู้เขียนพึ่ง 1 ขวบเองอ้ะ -*-) ในช่วงนี้มีทั้งการเดี่ยวกีต้าร์และโซโล่กลอง แต่อนิจจา ผู้เขียนจำไม่ค่อยได้ว่าใครเริ่มต้นอะไรยังไงบ้าง ขออภัยมา ณ ที่นี้ (จดเวลาไว้แล้วก็นั่งดูอย่างเดียว เลยจำรายละเอียดไม่ค่อยได้อ่ะ TT)
 
 
 
9.52 PM

โท ชิส่งไมค์ให้โยชิกิทักทายแฟนๆอย่างเป็นทางการครั้งแรก ทันทีที่เสียงแหบนิ่มของโยชิกิดังขึ้น เสียงกรี๊ดทั่วทั้งฮอลล์ก็ระเบิดขึ้นทันที โยชิกิได้พูดทักทายแฟนๆเป็นภาษาไทยหลายครั้ง และภาษาอังกฤษ (แต่ยอมรับว่าบางประโยคฟังไม่รู้เรื่องเลย อาจเป็นเพราะระบบเสียงภายในคอนเสิร์ต)
 
 

9.57 PM

 โย ชิกิกลับไปที่ Drum Stage อีกครั้งแล้วไฟบนเวทีก็วูบวาบเป็นสีสันที่สวยงามแปลกตา (ผู้เขียนคิดว่าไฟในเพลงนี้สวยงามอลังการมาก) เพลง Born to be free ก็ดังขึ้น โทชิโชว์พลังเสียงอันสุดยอดออกมาอีกครั้ง ตลอดเวลาที่ร้องเพลง โทชิจะคอยพูดคุยกับแฟนๆเสมอๆ ทั้ง WE ARE X และการ SCREAM
 
 
10.02 PM

สมาชิก ที่เหลือทยอยลงจากวง เหลือเพียงโยชิกิในชุดคลุมสีขาว ที่กำลังสลัดชุดคลุมออกแล้วเริ่มต้น DRUM SOLO สุดอลังการ ยังไม่ทันที่เดี่ยวกลองจะสิ้นสุด โยชิกิก็ล้มลงไปบนพื้นและลุกขึ้นมาเล่นเปียโนต่อทันที 
และ เช่นกันที่การบรรเลงเปียโนยังไม่ทันสิ้นสุด โยชิกิก็ผละไปหากลองและรัวตีไม่ยั้งอีกครั้ง คราวนี้เขาผละกลับมาหาเปียโน แต่ท่วงทำนองเร่งเร้าแบบเดิมกลับเปลี่ยนไป กลายเป็นท่วงทำนองหวานเพราะเสนาะหู ... ที่ฟังดูคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด...
 
 
 
10.07 PM

และ ทันทีที่ช่วงอินโทรของเพลงที่เรายังเดาไม่ออกว่าคือเพลงอะไรนั้นจบลง เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือก็ดังระเบิดขึ้น เมื่อเสียงเปียโนนั้นแท้จริงคือเพลง เดือนเพ็ญ ของวงคาราบาว ที่โยชิกิบรรเลงได้อย่างเพราพริ้ง เมื่อเอ็กแฟนเริ่มจับทำนองได้ จึงได้พร้อมใจกันร้องเพลง เดือนเพ็ญคลอไปด้วยจนจบเพลง นับเป็นช่วงเวลาที่ยากลืมเลือน และไม่อาจหาคำพูดมาอธิบายได้อย่างครอบคลุมจริงๆ
 
 
10.14 PM

IV เพลงซิงเกิ้ลที่ใช้ประกอบภาพยนตร์ SAW ที่ออกในปี 2008 ได้ถูกบรรเลงขึ้น และตามด้วยเพลงสุดฮิตที่อาจถือว่าเป็นไคลแม็กซ์ในทุกคอนเสิร์ตของ X Japan ก็เริ่มขึ้น...
 
 
 
10.19 PM

เมื่อเพลง X ได้เริ่มต้นขึ้น ทั่วทั้งฮอลล์ก็ลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียงกัน (หลายคนลุกตั้งแต่เพลงแรกแล้ว)
 
เมื่อ เข้าสู่ท่อนฮุคก็เกิด X Jump ขึ้น (คือการกระโดดทำมือไขว้เป็นตัว X) โดยพร้อมเพรียง แล้วเพลงเบรคลง ปล่อยให้โยชิกิออกมาทักทายแฟนๆด้วยการ SCREAMMMMMMMM ต่อเนื่องเป็น 10 รอบ (ตรงนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าโยชิกิออกมาสครีมในเพลงนี้หรือเปล่า แต่จำได้ว่าออกมาหลายเพลงมาก) และในที่สุด โยชิกิก็เดินลงมาที่หน้าเวที และปีนขึ้นไปแผงกั้นเพิ่อสัมผัสกับแฟนๆแถวหน้า เรียกเสียงกรี๊ดไปทั่วทั้งฮอลล์ (เสียงกรี๊ดของความอิจฉาบัตร 6,000)
 
 
 
10.35 PM

และ ในที่สุดเพลงสุดท้ายตามตารางก็จบลง สมาชิกวงหายหลับเข้าไปยังหลังเวที สตาฟฟ์เริ่มขึ้นมาเก็บกีต้าร์ของพาตะ ซูกิโซ และ เบสของฮีทกลับลงไป ทำให้แฟนๆส่งเสียง เรียก WE ARE X อีกครั้งโดยพร้อมเพรียง...
 

10.37 PM

เสียง เรียก WE ARE X ยังคงดังต่อเนื่องไปทั่วทั้งฮอลล์ เป็นเสียงเรียกของแฟนๆที่แสดงความประทับใจในความเป็นคนรักเอ็กเจแปนอย่างแท้ จริง และยังหมายความว่า ไม่อยากให้ช่วงเวลานี้หยุดลง..
 
 
10.40 PM

แฟนๆเริ่มทำ X wave ทั้วทั้งฮอลล์ออย่างสนุกสนาน ในฐานะที่ได้อยู่ร่วมในบรรยากาศขอบอกว่า คุณจะลืมคืนนี้ไม่ลงอย่างแน่นอน
 

10.45 PM

แม้ บนเวทีจะยังไม่ปรากฏสมาชิกของวง แต่เสียงเพลงเบาๆก็เริ่มดังขึ้นจากแฟนๆ ... แฟนๆเริ่มร้องเพลง Endless rain แล้วทั่วทั้งฮอลล์ก็กระหึ่มไปด้วยเสียงเพลง Endless rain จากแฟนๆ
 
 
10.55 PM

เมื่อ เพลง Endless rain จบลง ก็มีการเล่น WE ARE X ของแฟนๆอีกครั้ง แล้วต่อด้วยเพลงลอยกระทง เมื่อแฟนๆไม่รู้จะร้องเพลงอะไรเพื่อเรียกสมาชิกวงออกมา (จุดนี้ปรบมือกันทั้งฮอลล์ สนุกมาก)
 

11.06 PM

แฟนๆ ส่งเสียง WE ARE X อีกครั้ง แต่คราวนี้ไฟบนเวทีเริ่มกระพริบเป็นจังหวะเดียวกับเสียงเรียกของแฟนๆ จากมุมมองริงไซด์(ติดเพดานอิมแพคของผู้เขียน) ทำให้เห็นดวงไฟฉายที่ด้านหลังเวที นั่นเป็นสัญญาณว่า สมาชิกวงกำลังจะกลับขึ้นมาบนเวทีแล้ว...
 
และชายในชุดคลุมทีขาวตัวยาว ที่ทำท่าพยายามปิดบังชุดกระโปรงสีส้มตัวในอย่างเหนียมอายก็ปรากฏขึ้นบนเวที คราวนี้เรียกเสียงกรี๊ดได้ดังกึกก้องที่สุด เมื่อโยชิกิ ก้าวมายืนกลางเวทีและทำท่าทางเหนียมอายเหมือนไม่อยากเปิดเผยชุดที่ใส่ไว้ ข้างใน ยิ่งเพิ่มความอยากรู้ให้แฟนๆยิ่งขึ้น
 
และ โทชิก็เป็นฮีโร่ ด้วยการวิ่งขึ้นมาบนเวที และพยายามถอดเสื้อคลุมของโยชิกิออก ยื้อยุดกันอยู่สักพัก ในที่สุดชุดคลุมสีขาวก็หลุดออกไป...
 
โย ชิกิในชุดไทยสไบเฉียงสีไข่มุก และประโปรงดิ้นทองสีส้มปรากฏต่อสายตาทุกคนทั้งฮอลล์ (ตอนนี้โยชิกิพูดอะไรสักอย่าง แต่เราแทบไมได้ฟังเลย ด้วยเพราะฟังไม่ออก และกำลังตื้นตันอยู่) เรียกเสียงกรี๊ดที่ดังกึกก้องที่สุด และยาวนานที่สุด 
ได้ กล่าวพูดคุยกักท่ายกับแฟนๆและก้าวไปนั่งที่เก้าอี้เปียโนของตัวเอง โทชิได้เอ่ยถามแฟนไทยว่า “หล่อนคนนี้สวยไหม” เรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนๆอีกครั้ง
 
โท ชิได้เรียกสมาชิกที่เหลือของวงขึ้นมาบนเวที และโยชิกิในฐานะหัวหน้าวงได้เริ่มต้นพูดความรู้สึกต่อคอนเสิร์ตครั้งแรกใน เมืองไทย “ขอบคุณแฟนๆชาวไทยที่ทำให้ฝันของผมเป็นจริง” เรียกเสียงปรบมือไปทั่วทั้งฮอลล์
และ โยชิกิได้เริ่มต้นเอ่ยถึงสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นคือ ฮิเดะ และ ไทจิ ทันทีที่ชื่อฮิเดะ และ ไทจิออกจากปากโยชิกิ เสียงโห่ร้องของผู้ชมก็ดังขึ้นอีก ตรงนี้โยชิกิพูดค่อนข้างยาวทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เมื่อพยายามจะพุดภาษาไทยอีกครั้งแต่ดูเหมือนจำไมได้ โยชิกิก็หยิบโพยที่นั่งทับไว้ขึ้นมาอ่าน (ตรงนี้ฮามาก 5555555555)
 
 
11.15 PM

โย ชิกิและโทชิได้บอกให้แฟนๆร่วมยืนไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์น้ำ ท่วมในประเทศไทย .... ทั่วทั้งฮอลล์เงียบกริบ และยินไว้อาลัยอย่างสงบนิ่ง ... (ตรงนี้เราโคตรกลัวเลยว่าถ้าเกิดมีใครลืมปิดโทรศัพท์แล้วดังขึ้นมานะ ... หมดอารมณ์แน่นอน ทีแรกเราคิดว่าไว้อาลัยให้ฮิเดะและไทจิด้วยซ้ำ -*- ฟังไม่ออก จนคนข้างๆบอก)
 
 
11.16 PM

 โทชิไปยินข้างโยชิกิที่ Piano Stage และเริ่มต้นเพลง Forever Love Piano version ที่เล่นเอาผู้เขียนน้ำตาซึมเลยทีเดียว
 
 
11.20 PM

สมาชิก ที่เหลือตามขึ้นมาสมทบ สตาฟฟ์หยิบเครื่องดนตรีส่งให้ แล้วเพลงที่หลายๆคนรอคอยก็มาถึง ฮีท พาตะ ซูกิโซ และ โทชิ นั่งอยู่ที่บันไดของ Drum stage โยชิกิยังคงอยู่ที่ Piano stage แล้วเพลง Endless rain ก็ดังขึ้น
 
*น้ำตาแตกกันเลยทีเดียว*
 
ใน ช่วงฮุคของเพลง โทชิได้ออกมายืนหน้าเวทีแล้วร่วมร้องเพลงกับแฟนๆ ส่งท้ายความประทับใจให้แฟนๆที่รอคอยเขามาเกือบ 20 (หรือเปล่า อันนี้ผู้เขียนอิงจากตัวเอง เพราะฟังเอ็กครั้งแรกตอน ป.2 ถึงตอนนี้น่าจะประมาณ 17 ปีแล้ว)
 
 
11.27 PM

ซูกิโซกลับมาพร้อมคริสตัลไวโอลินอีกครั้ง และคราวนี้เพลงส่งท้ายก็เพราะเหลือใจ (แถมซูกิโซแมร่งยังโคตรเท่เลย TT เท่จนน้ำตาไหล)
 
 
 
11.28 PM

SOLO สุดท้ายจะเป็นของใครไปไม่ได้นอกจาก PIANO SOLO จากโยชิกิ ในเพลง ART OF LIFE ที่ทำให้เวทีร้อนและเย็นในเวลาเดียวกัน เป็นการเดี่ยวเปียโนที่ใครได้ดูคงลืมไม่ลงอย่างแน่นอน พร้อมทั้งท่านอนเล่นเปียโนที่เรียกเสียงกรี๊ดอีกครั้ง
 
 
 
11.38 PM

กว่า 10 นาทีของท่อนอินโทรโดยโยชิกิ เพลง ART OF LIFE ก็เริ่มต้นขึ้น ส่งท้ายคอนเสิร์ตสุดประทับใจ
 
 
11.43 PM

เหล่า สมาชิกได้รวมตัวกันบนเวทีอีกครั้งเพื่อบอกลาทุกคน ไม่มีงานเลี้ยงใดไม่เลิกรา แต่งานเลี้ยงนี้เรียกน้ำตาคนดูได้มากเหลือเกิน ช่วงเวลาสุดยอดของคอนเสิร์ตดำเนินมาถึงช่วงสุดท้ายแล้ว ทันทีที่เพลง TEARS ขึ้น (เปิดเพลงเอาเฉยๆ)
น้ำตาผู้ เขียนเองก็ไหลพราก แทบจะร้องตามไม่เป็นภาษา สมาชิกได้เดินออกมาโบกมือทักทายแฟนๆทั่วทั้งฮออล์ ซูกิโซเป็นคนแรกที่หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายร่วมกับแฟนๆทั้งฮอลล์คนแรก ตามมาด้วย พาตะและฮีท
 
โย ชิกิและโทชิได้หยิบป้ายผ้าที่แฟนๆโยนขึ้นไปบนเวทีขึ้นมาชูพร้อมกัน แล้วป้ายผ้าก็ถูกปาขึ้นไปเวทีอีก ทั้งพาตะ ฮีท และ ซูกิโซ ต่างถือป้ายผ้าคนละอัน แล้วเดินขอบคุณไปทั่วเวที แฟนๆได้โยนตุ๊กตาชบาแก้วขึ้นไป โยชิกิได้หยิบขึ้นมากอดไว้ และเริ่มถ่ายรูปรวมทั้งวง 
 
โย ชิกิได้หันกลับมาบอกให้แฟนๆทุกคนชูมือ X Cross เมื่อกล้องจะถ่ายโยชิกิก็หันมาย้ำกับแฟนๆทั้งฮออลล์อีก เป็นช่วงเวลาแห่งน้ำตาจริงๆ และเพลง TEARS ก็ยังคงดังอยู่....
 
 
 
11.48 PM
 
สมาชิก ทุกคนได้แยกย้ายไปยังจุดต่างๆของเวที ซูกิโซได้ลงมาที่ด้านหน้าเวทีพร้อมทั้งปีนขึ้นไปบนแผงกั้นเพื่อทักทายแฟนๆ พาตะ และฮีท ต่างโบกมือเรียกแฟนๆที่อยู่ชั้นบนสุด แล้วโบกมือบ๊ายบาย
 
โย ชิกิหันกลับไปคว้าไมค์มาอีกครั้ง โยชิกิมาพร้อมกับไม้ตีฆ้อง แล้วส่งเรียก SCREAM พร้อมแฟนๆ และตีไปที่ฆ้องอย่างจัง แล้วพังฆ้องลงมา (ตรงนี้จำไมได้ว่าอยู่ช่วงไหน เราเลยเอามาใส่ตอนท้ายค่ะ)
 
 
11.51 PM
 
โยชิกิหันกลับไปค้วาไมค์อีกครั้งและส่งเสียง SCREAM อย่างยาวนาน และเริ่มเดินลงมาที่ด้านล่างเวทีอีกรอบ
 
คราว นี้เข้าไม่ได้ปีนแค่แผงกั้นไปทักทายแฟนๆเท่านั้น แต่ยังโดด SERF ใส่เอ็กแฟนที่อยู่ด้านหน้าอีกด้วย เสียงกรี๊ดดังกึกก้องไปทั่วทั้งฮอลล์ (เป็นเสียงกรี๊ดของคนอิจฉาบัตร 6,000 อีกรอบ)
 
หลัง จากนั้นทุกคนก็ขึ้นไปบนเวที แล้วจับมือกัน และก้มลง ขอบคุณแฟนๆทุกคนด้วยการสวัสดี โทชิยืนอยู่กลางเวที ในท่าสวัสดีค้างอยู่สักพัก ก็เดินลงเวทีไป และเป็นโยชิกิที่ยังคงก้มลงสวัสดีแฟนๆอยู่ จนจะเดินลงจากเวทีไปก็ยังคงสวัสดีอยู่ ...
 
คอนเสิร์ตแห่งความทรงจำได้จบลงตอนนี้ แต่ความทรงจำของเหล่าแฟนเอ็กทุกคนจะคงอยู่ ตลอดไป...
 
 
 
 
จบแล้วค่ะ ^^
 
ขอ แถลงความรู้สึกต่อคอนเิสิร์ตนี้นิดนึง ด้วยความที่เราเองไม่ใช่แฟนเพลงฮาร์ดคอร์ แต่ก็เติบโตมาพร้อมบทเพลงของวงวงนี้ เพราะพี่ชายเป็นแฟนเดนตาย เลยรู้สึกผูกพันธ์กับวงนี้มาตั้งแต่เด็กๆ โดยเพลงที่ร้องได้เป็นครั้งแรกแบบมั่วๆตอนป.2เลย ก็คือเพลง Weekend ที่เราจำสลับกับเพลง X นั่นแหละ 5555
 
พอ ข่าวว่ามาไทยพี่เราก็อยากดูมาก เราเองก็อยากดู(แบบธรรมดาไม่ได้มากล้นอะไร) แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆกับเจอเหตุการณ์น้ำท่วม ทางบ้านเราและพี่ชายก็ไม่ย่อท้อ บุกบั่นฝ่าน้ำท่วมกันมาจนถึงกรุงเทพจนได้ โดยมีพ่อเป็นแรงสนับสนุนใหญ่ด้านงบประมาณ และโทรมาถามไถ่ตลอดเวลาว่าสถานการณ์เป็นไงบ้าง และคอนเสิร์ตเริ่มหรือยัง
 
ด้วย ความที่ไม่คาดมาก่อนว่าเขครัชดาน้ำจะท่วมขนาดนี้ เราจึงเอาบัตรไว้ที่หอพักตัวเองในย่านรัชดา ตอนกลับมากรุงเทพ จึงต้องโบกรถพี่ทหารรอบแล้วรอบเล่า กว่าจะเข้าถึงคุ้งน้ำรัชดาได้ และยังต้องโบกรถพี่วินและี่ทหารออกมายังอนุสารีย์ชัย เพื่อมาเจอแถวรถตู้ไปเมืองทองยาวแบบอลังการอีกต่างหาก
 
ตอนคอนเสิร์ตยังไม่เริ่ม เราไมไ่ด้ตื่นเต้นอะไรมาก แค่อยากให้เริ่มสักที เพราะมารอตั้งแต่ 5 โมงเย็น
 
แต่ พอได้ดูคอนเสิร์ตจริงๆ ความรู้สึกก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากก่อนหน้านี้ที่ตามกระแสในโลกออนไลน์บอกว่า คนยกเลิกบัตรเยอะ คนดูอาจจะน้อย แต่ภาพที่เห็นสวนทางอย่างสิ้นเชิง ... คนดูเกือบเต็มความจุของฮอลล์ ทำให้เรานับถือความานะอุตสหะของ เอ็กแฟน ในไทยจริงๆ
 
พอ คอนเสิรต์จบไปพร้อมกับน้ำตาเราอีกหลายตุ่ม เราก็ิคิดว่า นี่เป็นคอนเสิร์ตที่ดีที่สุด เจ๋งที่สุด และ ประทับใจที่สุดเท่าที่ดูมา .. แม้เราจะเป็นแฟนฮาร์ดคอร์วง GREEN DAY และคิดว่า GREEN DAY เล่นคอนเสิร์ตได้สุดยอดมาก แต่ก็ไม่เท่าครั้งนี้ แม้คอนเสิร์ต LINKIN PARK วงร็อคระดับโลกจะยิ่งใหญ่อลังการ แต่ก็ไม่เท่าครั้งนี้
 
ณ ตอนนี้ในอายุ 23 ปีของเรา ถือว่า X Japan World Tour Live In Bangkok 2011 เป็นคอนเสิร์ตที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต จนกว่าจะมีใครมาทำลายสถิตินี้ เราขอยกให้คุณเป็นสุดยอดวงที่โคตรอมตะ
 
ขอบคุณ X - JAPAN ขอบคุณ X FANS
 
WE ARE X !!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 

Comment

Comment:

Tweet

มีใครคนใหน ที่อยากมีรายได้เสริม งานที่วัยรุ่น ทั่วประเทศไทยเค้าทำกัน ทำอยู่ที่บ้านได้ ( รับ18ปี+) รายได้ 2000-5000บาทต่อสัปดาห์ สนใจติดต่อได้http://beside-group.com/id.php?id=7494

#2 By Art ADM on 2013-08-23 10:01

ณ ตอนนี้ในอายุ 23 ปีของเรา ถือว่า X Japan World Tour Live In Bangkok 2011 เป็นคอนเสิร์ตที่น่าจดจำที่สุดในชีวิต จนกว่าจะมีใครมาทำลายสถิตินี้ เราขอยกให้คุณเป็นสุดยอดวงที่โคตรอมตะ
^
^
^
ชอบมากกกกกก we are.....X!!

#1 By MaExZ on 2011-11-15 00:39

Recommend