poprock View my profile

ชวนอ่านวรรณกรรม(แปลไทย) ที่กำลังจะทำเป็นภาพยนต์!! ภาค 3 มาแล้วจร้า!!!
 
ผ่างงงง งงง งงงง งงง งงงง ...
 
ใครพึ่งเคยมาครั้งแรกลองไปเชคเอนทรี่เก่าๆก่อน มีนิยายทำหนังไปแล้วกว่า 20 เรื่อง/เล่ม!
 
 
 
 
Check = เป็นภาพยนต์ออกฉายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 
1. คืนวันที่ข้าพเจ้าล่าแวมไพร์ - บันทึกลับเอบราฮัม ลิงคอล์น : Abraham Lincoln Vampire Hunter (Check)
2. ขบถสาวกับรอยสักมังกร : The Girl with the Dragon Tattoo (Check)
3. อะไรกันเนี่ย!!? Extremely Loud and Incredibly Close (Check)
4. ลิขิตฟ้าชะตารัก : The Lucky One
5. ร่าง...อุบัติรักข้ามดวงดาว : The Host
6. อั๊กลี่ ชื่อหนังสือ : Uglies
7. นครรัตติกาล : The Mortal Instruments
8. คิมหันต์นิรมิต : Wicked Lovely
9. เกมล่าชีวิต : The Hunger Games (Check) 
10. เทวทัณฑ์ : Fallen
11. มนตรา มายาลวง : A Great and Terrible Beauty
12. ต้นรัก ดอกโศก , บ้านรักในรอยแค้น : Wuthering Heights
13. ในกรงแก้ว : The Bell Jar
14. The Hobbit  : The Hobbit  
15. อันนา คาเรนินา  : Anna Karenina  
16. การเดินทางของ พาย พาเทล  : Life Of Pi  
17. เมฆาสัญจร : Cloud Atlas
18. เกมพลิกโลก  : Ender's Game
19. ม้าศึก จารึกโลก : War Horse
20. สงครามโลก : World War Z
21. จันทราลิขิต/นิมิตจัทรา : Beautiful Creature
22. คู่มือตั้งครรภ์คุณภาพ (เธอ เริ่ด เชิด ป่อง) : What To Expect When You're Expecting (Check)
23. 47 โรนิน : 47 Ronin 
24. เหยื่ออธรรม : Les Miserables
25. เดชหมอผี : The Spook's Apprentice
26. เพอร์ซี่ย์แจ็กสัน กับ อาถรรพ์ทะเลปีศาจ : Percy Jackson & the Olympians: The Sea of Monsters
27. ลำนำทะเลทราย : 大漠谣 Ballard Of Desert
 
 
 
เอนทรี่เก่าๆเก็บวรรณกรรมสมัยใหม่ที่แปลไทยไปเกือบหมดแล้ว
ไอ้เล่มที่ลุ้นให้แปลไทยก็ยังไม่แปลกันสักที
 
ภาค 3 นี้เลยเหลือแต่เรื่องเก่าๆ ที่บังเอิ๊ญญญญ บังเอิญ ฮอลลีวู้ดพร้อมใจกันเข็นวรรณกรรมยุคหิน ขึ้นหิ้ง
มาทำหนังกันให้พรึ่บพรั่บ ปีนี้และปีหน้า จึงเต็มไปด้วย หนัง Remake ทั้งสิ้นค่ะ
หนังสือที่จะมาแนะนำกันวันนี้หลายคนจึงอาจเคยอ่าน เคยเห็น เคยผ่านตากันไปหมดแล้ว
บางเล่มคนไม่รู้ว่า "แอ๊ะ มีแปลไทยด้วยเร้อะ์?"
บางเล่มหาอ่านยากด้วยซ้ำ Tongue out
 
และเรื่องที่ไม่เก่า แต่ทำเป็นหนังไปแล้ว และเรายังไม่เคยเขียนถึง :)
 
เอาเป็นว่าเอนทรี่นี้สำหรับคนที่ยังไม่เคยเห็น และ สนใจอ่านฉบับแปลไทย ก่อนหนังฉายแล้วกันนะคะ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
1.The Great Gatsby แกตส์บี้ผู้ยิ่งใหญ่
 
แกตส์บี้ผู้ยิ่งหย่าย .. น่าจะรีเมคมาแล้ว 5 รอบ (งั่กเชียว...)
หลายคนคงคุ้นกับชื่อ The Great Gatsby มากไม่ใช่เพราะมันรีเมคหลายรอบเท่านั้น
แต่มันยังเป็นหนังสือที่อธิบายยุคสมัยของชาวอเมริกันช่วงหนึ่งที่มักถูกแนะนำให้อ่านเสมอ
 
ว่ากันว่าหากไม่รู้จะคุยอะไรกับชาวอเมริกันให้คุยเรื่อง The Great Gatsby เพราะแทบจะไม่มีใครไม่รู้จัก
ส่วนหนึ่งเพราะเป็นวรรณกรรมที่ันักเรียนไฮสคูลทุกคนต้องเรียนในวิชาวรรณกรรม
และถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในไทยในปี พ.ศ.2468 ...
นับย้อนตามยุคไปแล้วเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ 78 ปีที่แล้วแค่นั้นเอง Foot in mouth
ยุคสมัยในหนังสือพูดถึง อเมริกาในปี 1922 .. (หนังสือวางขายในปี 1926)
 
The Great Gatsby เป็นเรื่องเล่าของนักเล่าเรืองนาม นายนิก คาราเวย์
ไม่มีใครรู้ว่า เจย์ แกตส์บี้มาจากไหน ไม่มีใครรู้ว่าเค้าเป็นใคร รู้แค่ว่าเค้าเป็นมหาเศรษฐีเลื่องชื่อ
ที่จัดงานปาร์ตี้สุดหรูหราที่คฤหาสถ์หลังงามทุกสัปดาห์ และเชื้อเชิญผู้มีชื่อเสียงมากหน้าหลายตามาแวะเวียน
ไม่มีใครรู้ว่าเหตุผลที่เขาจัดงานปาร์ตี้อย่างต่อเนื่อง คือ ต้องการพบหญิงสาวที่เป็นรักเดียวมานานแสนนานเท่านั้น...
 
ฉบับภาพยนต์ในปี 2012 ได้ดารามากบทบาท มาประชันบทกับแบบบี้กันไม่ลง
 
Leonardo DiCaprio    รับบท     Jay Gatsby
Tobey Maguire    รับบท      Nick Carraway
Carey Mulligan   รับบท    Daisy Buchanan
 
หนังเข้าฉายในบ้านเรา 27 ธันวาคม 2012
 
 
 
 
 
 
2. Great Expectations แรงใจและไฟฝัน
 
วรรณกรรมเข้าขั้น "แคลสสิค" (สำเนียงมาก) ที่สมควรอยู่บนหิ้งมากกว่าตู้หนังสือ (ขนาดนั้น)
 
จากปลายปากกาของ Charles Dickens นักเขียนเรื่องชื่อระบือนาม งานเขียนของเขามักจะเกี่ยวข้องกับการชี้ให้เห็นสภาพสังคมอันย่ำแย่ และความเลวร้ายในสังคม ผลงานสำคัญๆของเขาได้แก่ Oliver Twist , Chrismas Carol ,A Tale of Two Cities เป็นต้น
 
 
และ Great Expectations เองก็เป็นหนึ่งในนั้น หนังสือเล่มนี้ถูกวางขายในปี 1860 และมีฉบับแปลไทยในปีต่อมา
(แอบรู้สึกว่า เมื่อก่อนหนังสือแปลกันเร็วมาก เดี๋ยวนี้กว่าจะหยิบมาแปลได้ ต้องรอให้ดัง ไม่ก็ทำหนังก่อนค่อยเอามาแปลกัน)
 
Great Expectations พูดถึง พิพ เด็กหนุ่มกำพร้าผู้พอใจกับชีวิตแสนเรียบง่ายของตนเอง เข้าอาศัยอยู่กับพี่สาวในบ้านแถบชนบท เมื่อพิพได้พบกับสาวงามเอสเตลลา เธอทั้งสูงศักดิ์และแสนสวย เมื่อเขาหลงรักเธอ และรู้ตัวว่าไม่คู่ควร มุมมองชีวิตต่อโลกใบนี้ของพิพ จึงเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง...
 
ในการ รีเมคแต่ละครั้ง Great Expectations ถูกตีความไปในหลายแง่มุม หลายยุคสมัย ภาพจำของหลายๆคนต่อ Great Expectations เวอร์ชั่นสมัยใหม่ที่ Ethan Hawke และ Gwyneth Paltrow เคยแสดงร่วมกัน ก็เป็นส่วนหนึ่งของการตีความที่แตกต่างออกไป ...
 
มาดูชื่อนักแสดงแล้วก็ต้อง อื้อหือ อ้าหา ... น่าดูชม ...
 
Ralph Fiennes รับบท Magwitch
Helena Bonham Carter รับบท Miss Havisham
Robbie Coltrane รับบท Mr. Jaggers
Jason Flemyng รับบท Joe Gargery
Holliday Grainger รับบท Estella
Jeremy Irvine รับบท Pip
 
หมายเห็ด : ได้ข่าวมาว่า Jeremy Irvine ได้รับบท Pip เพราะ Speilberg เป็นป๋าดันเต็มที่ แต่พอดูชื่อโปรดิวเซอร์หนังแล้วก็ไม่มีชื่อสปีลเบิร์กแหะ สปีลเบิร์กประทับใจ ไออร์วีน ตั้งแต่ War Horse
ส่วน ฮอลิเดย์ที่่มารับบท เอสเตลล่า ก็ป้ะโชะ โป๊ะเชะ มาตั้งแต่ Jane eyre ที่หนังงดงามสุดอลัง... แต่ไม่ค่อยมีคนดู TT
 
ติดตาม Great Expectations ฉบับ 2012 ได้ สิ้นปีนี้
 
 
 
 
 
 
 
3. The Bourne Legacy จารชนคนมหากาฬ เล่ม 1-2
 
ถ้าใครติดตามอ่านบอร์นฉบับหนังสือจริง ก็คงไม่อินังขังขอบอะไรกับ ภาค 4 แล้ว เพราะฉบับหนังมันก็ทำไม่ตรงตามเนื้อหาหนังสือมาตั้งแต่ภาค 2 ละ Tongue out
 
The Bourne Legacy ฉบับภาพยนต์ จึง "ไม่มีเนื้อหาตามหนังสือเล่ม 4"
ฉบับภาพยนต์เป็นการเขียนบันทึกใหม่ของ "โครงการใหม่"
ที่มีพระเอก "คนใหม่" คือ Aaron Cross
ขณะที่ตามหนังสือจริงๆยังคงพูดถึงเรื่องราวชีวิตของบอร์นอยู่ ศัตรูเยอะเหลื้อเกิน
(เนื้อหาหนังสือของ The Borne Legacy คือ บอร์นกลับไม่ใช้ชื่อเดิม เป็นอ.สอนในมหาวิทยาลัย และไม่มีความทรงจำตอนเป็นเจสัน บอร์น แต่ภายหลังถูกกระตุ้น จึงกลับมาล้างแค้นให้เพื่อนและคนที่ตามฆ่าเค้าเอง)
 
เราเองก็ยังไม่เคยอ่านฉบับหนังสือนะคะ เป็นเจ้าของอยู่แค่เล่มเดียวคือ เล่ม 1
 
แต่ใครสนใจก็สามารถหามาอ่านกันได้ แม้มันจะไม่ตรงกับหนังเลย ก็อ่านเอามันส์กับพี่เจสันของเราแล้วกันค่ะ :)
 
นักแสดงที่มารับบท สายลับคนใหม่ ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือดาวรุ่งในสายแอคชั่นสายลับ พี่ Jeremy Lenner นั่นเอง ...
 
Jeremy Renner รับบท Aaron Cross
Edward Norton รับบท Byer
Rachel Weisz รับบท Marta
Donna Murphy รับบท Dita
 
 
The Bourne Legacy เข้าฉาย 10 สิงหาคม 2012
 
 
 
 
 

 
 
4. Pride and Prejudice and Zombies ความรัก ศักดิ์ศรี และ ฝูงซอมบี้
 
หลังจาก ประธานาธิบดีลินคอล์นล่าแวมไพร์ ประสบความสำเร็จไปอย่างดงาม (เหรอ?) ทั้งกระแสตอบรับที่ดีพอสมควรจากเวอร์ชั่นหนังสือและทำรายได้พอกรุบกริบใน เวอร์ชั่นภาพยนต์
ถึงคราวที่ต้นฉบับ Mash-up อันแท้จริงจะได้ฤกษ์มาขึ้นจอเสียที (หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น)
 
ความสำเร็จของ Pride and Prejudice and Zombies ในปี 2009 ทำให้ช่วงเวลานั้นมีนิยาย Mash-up ถูกเขียนใหม่ออกมามากมาย แต่ก็ไม่มีใครโดดเด่นเกิน เซธ เกรแฮม สมิธ
 
เมื่อ Pride and Prejudice and Zombies นวนิยาย Mash-up เชิงทดลอง(?) ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เซธ จึงปล่อย ลินคอล์น ล่าแวมไพร์มาในปี 2010 ... และความโด่งดังของลินคอล์นจึงถูกซื้อไปทำเป็นภาพยนต์ในที่สุด..
 
ทีนี้ก็ถึงคราว อลิซเบธ  เบนเนต ปราบซอมบี้มั่งล่ะ!
 
แต่ช้าก่อน ... ได้ข่าวว่า โปรเจคนี้ ก่อร่างสร้างตัวมาก่อน ลินคอล์นฮันเตอร์เสียอีก Tongue out
โปรเจคนี้ถูกกล่าวถึงในการทำเป็นภาพยนต์มาตั้งแต่หนังสือโด่งดังใหม่ๆ
แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนตัวผู้เขียนบท นักแสดง และ ผู้กำกับนับไม่ถ้วน
ทำให้โปรเจคไม่ไปไหนสักที
ล่าสุด เซธกล่าวว่า หนังเรื่องนี้ยังคงไร้ ผู้กำกับ และ นักแสดง แต่ตัวหนังยังคงอยู่ในความดูแลของ Liongates
จากกระแสที่ค่อนข้างดูดี กรุบกริบของลินคอล์น คงพอทำให้โปรเจคนี้กระเตื้องขึ้นมาบ้าง
 
ระหว่างที่รอ เราไปอ่านหนังสือกันก่อนแล้วกัน :)
ฉบับแปลไทยพึ่งวางจำหน่ายไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง
 
หมายเห็ด : หนังอยู่ในระหว่างการคัดเลือกนักแสดงและผู้กำกับ ไม่มีกำหนดฉายแน่นอน (เอากำหนดการเปิดกล้องให้ได้ก่อนละกัน ฮ่าๆ)
 
 
 
 
 
 
5. CARRIE คืนนรก
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด (ซาวด์หนังสยองขวัญ)
สตีเฟ่น คิง กลับมาแล้ว
(บอกแล้วเอนทรี่นี้มีแต่หนัง เก่ากึ้ก -*-)
 
CARRIE คือวรรณกรรมสยองขวัญชิ้นแรกของ สตีเฟ่นคิง ตีพิมพ์เมื่อปี 1974 ถูกสร้่างเป็นภาพยนต์ครั้งแรกเมื่อปี 1976
ถูก รีเมคมาล้านแปดรอบ และปีหน้า มันจะกลับมาอีกครั้ง
เห็นชื่อนักแสดงแล้วคุณจะกรี๊ดดดดดดดด ><
 
CARRIE พูดถึงเด็กสาวไฮสคูลสุดสวย ผู้มีพลังจิตแรงกล้า และเธอได้ใช้พลังจิตของเธอฆ่าคนจำนวนมากในคืนงานพรอม เนื่องจากความเก็บกดหลังจา่กถูกเพื่อนแกล้งต่างๆนาๆ
 
แม้หนังต้นฉบับ ในปี 1976 ฝีัมือกำกับของ Brian De Palma จะทำไว้ได้สุดโหดโคตรเทพ ก็ตาม แต่ในฉบับ 2013 นั้น ผู้เขียนบทอย่าง Roberto Aguirre-Sacasa ได้ออกมาบอกว่า หนังจะทำอออกมาคล้ายคลึงกับต้นฉบับหนังสือมากที่สุด จะมีการแทรกฉาก Found footage เทปลับจากผู้รอดชีวิตในงานพรอม และบทสัมภาษณ์ต่างๆ เหมือนที่ต้นฉบับหนังสือ ก็มีการแนบเอกสารต่างๆด้วยเช่นกัน ...
 
นักแสดงที่จะมารับบท แครี่ นั้นคือดาวรุ่งสุดโหดโคตะระเทพ ผู้เป็นขวัญใจคอหนัง Horror น้องใหม่ของวงการ ...
เห็นเธอได้บทแครี่ในเรื่องนี้แล้วภาพ Abby ใน Let me In มันลอยมาเลย!
 
Chloë Grace Moretz รับบท Carrie White
Julianne Moore รับบท Margaret White
Judy Greer รับบท Miss Desjardin
Gabriella Wilde รับบท Sue Snell
 
CARRIE จะเข้าฉายประมาณ เดือนมีนาคม 2013
 
 
 
 
 
 
 
 
 
6. The Lost Symbol สาส์นลับที่สาบสูญ
 
ฮุ่นแน่ ใครเป็นแฟนแดน บราวน์ คงไม่พลาดเล่มนี้อยู่แล้วชิมิ
ตั้งแต่ Davinci Code เป็นต้นมา Professor Robert Langdon ก็ได้เข้าไปครองใจผู้คนที่ชอบดูหนังแนวแกะรอยประวัติศาสตร์เป็นที่เรียบร้อย
 
เพราะฉะนั้นไม่ว่า Angel & Demon ที่ฉบับหนังทำมาได้ค่อนข้างดูง่าย (แล้วเหรอ?-*-) กว่าในฉบับหนังสือเยอะ แม้จะไม่ประสบผลสำเร็จด้านรายได้ และคำชมเท่าไหร่ (กล่าวคือมันไม่เปรี้ยงเหมือนภาคแรก) แต่แฟนๆก็ยังคงตั้งตารอคอย ว่าเมื่อไหร่หนังสือเล่มล่าสุดอย่าง The Lost Symbol จะได้ทำเป็นหนังสักที
 
ว่ากันว่า Angels & Demons นั้นหากมีความเข้าใจด้านศาสนาและพื้นเพความเชื่อของคริสตจักรแบบถ่องแท้ จะดู Angels & Demons ได้อย่างประทับใจและอินมาก แต่หากไม่มีภูมิดังกล่าว หนังเรื่องนี้จะกลายเป็นเพียงหนังประวัติศาสตร์พูดเยอะงงๆ อีกเรื่องเ่ท่านั้น
 
หลังจากตะลุยไปทั่วยุโรป คราวนี้แลงดอนจะกลับมาตามหา สาส์นลับที่สาบสูญในลอนดอน เหมือนเดิม (ก็ยังยุโรปอยู่นี่หว่า -*-)
 
หนังยังไม่มีกำหนดฉายที่แน่นอน แต่หนังมีโครงการค่อนข้างมั่นคงกว่าหนังภาคต่อเรื่องอื่นๆ
ได้ Mark Romanek ผู้กำกับสารคดีเพลง สุดฮิปกริ้บกริ้ว ที่พึ่งผ่านงานภาพยนต์อย่าง Never let me go มากำกับ ..
แฟนๆโปรดติดตามตอนต่อไปฮะ :)
 
หนังแสดงที่หลักแน่ๆคือ Tom Hanks ที่เหลือ ยังไม่มีการเปิดเผยนะ TT
 
 
 
 
...

 
Base on Novel สำหรับฮอลลีวู้ดยังคงเป็นของตาย ที่หมดไอเดียเมื่อไหร่ ก็ไปหยิบวรรณกรรมชื่อดังมาทำหนังละกันง่ายดี
เพียงแต่ ฉบับที่แปลไทยแล้วมันไม่ค่อยมีเท่านั้นเอง ..
 
(อีกหนึ่งเหตุผลที่เราชอบหนังแบบ Chronicle เป็นพิเศษ การใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ปราศจากดาราดัง และคนเขียนบทเทพๆ^^)
 
 
ลองหยิบเล่มที่ทำเป็นหนังไปแล้ว แต่เรายังไม่เคยเขียนถึงมาให้ดูค่ะ
บางท่านอาจจะไม่เคยเห็นมาตีพิมพ์เป็นภาษาไทยกันด้วย
(ขาดเล่มไหนไปถือว่า เราบกพร่อง และ ขี้เกียจเขียนแล้วกันนะคะ โฮะๆ)
 
 
 
 
 
7. Snow Flower and the Secret Fan จดหมายลับไป่เหอ
 
แม้ตัวหนังจะไม่ึค่อยดังเท่าไหร่ในบ้านเรา แต่เป็นหนังฮอลลีวู้ดอีกเรื่องที่ทำจากวรรณกรรมจีนสมัยใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ
เราไม่เคยอ่านจนจบ เลยจะขอยกคำโปรยเรื่องย่อมาจากอินเตอร์เนตแล้วกันนะคะ
 
เรื่องราวของผู้หญิงจีนในศตวรรษที่ 19 สื่อสารกันโดยใช้อักษร "หนี่ซู"
ซึ่งเป็นภาษาเขียนภาษา เดียวในโลกที่ประดิษฐ์โดยผู้หญิง ใช้โดยผู้หญิง
และมีแต่ผู้หญิงเท่านั้นที่เรียนและเข้าใจ
 
ไป่เหอ กับ เสว่ฮวา เด็กหญิงเพื่อนร่วมสาบาน บันทึกอักษรหนี่ซูลงบนพัดเพื่อใช้