poprock View my profile

ก่อนหน้านี้เราเคยเขียน ขอบ่นเรื่องเกาหลี...จากใจคนบ้าเกาหลี ไปแล้วรอบนึง
พอมาย้อนอ่านอีกที เลยรู้สึกว่า เป็นบทความที่ไม่ค่อยรัดกุมเท่าไรนัก
คือกลับมาอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกได้เลยว่าล้าหลังยิ่งนักแล Foot in mouth
 
ระยะนี้ทำงานค่อนข้างเยอะ
จากที่ปกติเมื่อก่อนต้องดูซีรี่ย์เกือบทุกเรื่อง คือดูตามเวปปกตินั่นแหละ ดูทุกอาทิตย์
พองานเยอะก็ไม่ได้ดู นึกได้อีกทีก็ ..จบไปหลายเรื่องแล้ว
มีโอกาสเลยมานั่งเคลียร์ละครที่ดูค้างๆไว้
 
เราเป็นคนแปลกๆอย่างหนึ่ง ที่บางทีก็รู้สึกรำคาณตัวเองเหมือนกันคือ
ขี้สงสัยมาก..
ดู ผ้าทอ...ชีวิต ที่เป็นซีรีย์จีน ก็สงสัยเรื่องลำดับขั้นราชวงศ์ มองโกลยึดแล้วไงต่อ เรื่องสงครามทำไมไม่พูดถึง
แล้วราชวงศ์นั้นนี่ล่ะ บลา บลา บลา
(ไว้จะเขียนเรื่องผ้าทอ...ชีวิต พร้อมเกร็ดประวัติศาสตร์แบบที่เราไปค้นหามาแล้วให้ฟัง)
 
เป็นอย่างนี้มาหลายเรื่อง
หากเรื่องไหนที่มันเชิงประวัติศาสตร์ พอดูเสร็จก็ต้องรีบไปหาหนังสือมาอ่านประกอบ
กับหนังก็เหมือนกัน..
 
มาถึง Bridal Mask ... ซีรี่ย์เกาหลีเชิงสืบสวน ที่มีพื้นหลังเป็นยุคที่เกาหลีถูกปกครองโดยญี่ปุ่น
เราชอบจูวอนพอสมควรตอนดู Ojakgyo Brothers รู้สึกว่านักแสดงคนนี้แสดงดีนะ
แต่พอดู Bridal Mask จบ ก็ชอบมากถึงขั้นต้องไปเขียนอวยชัยเถลิงยศกันเลยทีเดียว
กับพัฒนาของดาราหนุ่มคนนี้ ที่แสดงละครมาเพียง 3 เรื่อง แต่ตีบทแตกกระจาย!
 
 
ไปลองอ่านกันดูจ้า ^^
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
Bridal Mask หรือ หน้ากากเจ้าสาว เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มลึกลับคนหนึ่งที่จะใส่หน้ากากเจ้าสาวออกช่วยเหลือ ประชาชนชาวเกาหลีที่โดนทหาร/ตำรวจญี่ปุ่นรังแก ซึ่งตัวเอกอย่าง "ลีคังโท" (จูวอน) เป็นชาวเกาหลีที่หันไปสวามิภักดิ์กับองค์จักพรรดิญี่ปุ่น โดยเป็นนายตำรวจประจำอยู่ที่สถานีจองโรใน คยองซอง* และยังทำร้ายประชาชนชาวเกาหลี ทำให้ชาวเกาหลีเกลียดชังลีคังโท และเรียกขานเขาว่า "หนทางสู่นรก"
 
*คยองซอง - หรือ กรุงโซล ในปัจจุบัน คยองซองเป็นชื่อที่ใช้เรียกกรุงโซล ตอนถูกยึดเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น
 
 
 
Bridal Mask อาจเป็นละครที่ช่วยสร้างความหึกเฮิมให้กับประชาชนชาวเกาหลีได้เป็นอย่างดี จะเห็นได้ว่าหลายๆฉากพยายามเน้นเรื่องการต่อสู้ของประชาชนชาวเกาหลีกับ รัฐบาลญี่ปุ่น ในละคร*มีการชี้ให้เห็นว่า ประชาชนชาวเกาหลีถูกรัฐบาลญี่ปุ่นทำร้าย รังแก อย่างเหี้ยมโหดมากมายเพียงใด
 
*ละคร Birdal Mask - ออกมาหลังกรณีพิพาทที่ถูกจุดขึ้นมาอีกครั้งในกรณี เกาะด๊อดโด ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในเกาะดังกล่าว จนทำให้วงการบันเทิงเกาหลี ญี่ปุ่น ค่อนข้างตึงเครียดอยู่ช่วงหนึ่ง เพราะนักแสดงหลายคนได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในกรณีดังกล่าวด้วย
 
 
 
กว่าเกาหลีจะสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรขนาดนี้ได้ เกาหลีผ่านอะไรมาบ้าง ทั้งการตกเป็นอาณานิคม ความอ่อนแอของกองทัพ และราชวงศ์ การถูกช่วงชิงสมบัติ ไร่นา ที่ดิน กระทั่งการดูถูกความเป็นมนุษย์ ความยิ่งใหญ่ของกระแสวัฒนธรรมเกาหลีในปัจจุบันจึงอาจเรียกว่าเป็นการ "ชำระแค้น" ก็เป็นได้...
 
 
 
จึงจะเห็นได้ว่า ในช่วงแรกที่ละครเกาหลีกำลังเป็นที่นิยม ละครประเภท พีเรียด-สงครามเกาหลียุคโบราณ เป็นที่นิยมมาก ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ
ส่วนหนึ่ง เพราะหากเป็นช่วงสงครามยุคใหม่ เกาหลีแทบไม่สามารถหยิบอะไรมาสร้างเรื่องราวได้เลย เพราะเกาหลีมักตกเป็นอาณานิคมเสมอ
แต่หากย้อนไปยังเกาหลียุคโบราณ สมัยรวมแผ่นดิน ยังมีการสู้รบของเผ่าต่างๆ ทำให้เกาหลีสามารถสร้างสรรค์เรื่องราวความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ตนเองได้ไม่ สิ้นสุด ขณะที่ในปัจจุบัน* ไม่สามารถทำได้
 
 
 
 
*ซีรี่ย์ Goong - เป็นเรื่องราวสมมุติ หากเกาหลียังมีระบบราชวงศ์อยู่ จะส่งผลอย่างไรกับการเมืองและประเทศบ้าง นอกจากเรื่องราวความรัก(ที่เป็นพลอตหลักของเรื่อง) ยังมีเรื่องของการช่วงชิงบัลลังก์และเรื่องที่ ราชวงศ์มักผูกติดอยู่กับอำนาจทางการเมือง (ที่เป็นเหมือนกันทั้งโลก)
 
ปัจจุบันมีการฟื้นฟูราชวงศ์เกาหลีขึ้นมา แต่เป็นเพียงเส้นสายราชวงศ์กลุ่มเล็กๆ ที่ไม่มีบทบาททางการเมือง เพราะเกาหลีมีระบบประธานาธิบดีอยู่แล้ว
 
 
Bridal Mask กล้าที่นำเสนอมุมมองอันเลวร้าย ขณะที่ญี่ปุ่น*ปกครอง เกาหลี ขณะที่ละครหลายๆเรื่องก็ไม่ค่อยกล้าแตะเรื่องราวในประเด็นอ่อนไหวเช่นนี้นัก ในปัจจุบัน (เพราะปัจจุบันเกาหลีเองก็พยายามเข้าไปทำศึกเศรษฐกิจในญี่ปุ่น แบบที่เรียกว่า อยากยึดญี่ปุ่นเป็น อาณานิคม ตัวเองเหมือนสมัยสงครามโลก)
 
 
 
 
*คอหนังสือคงไม่มีใครไม่รู้จัก"ลั่งเลือดที่นานกิง"  เพราะเป็นหนึ่งหนังสือที่เกี่ยวกับสงคราม ที่ "ควรอ่าน" อย่างยิ่งยวด โดย "หลั่งเลือดที่นานกิง" เป็นเรื่องราวตอนที่ญี่ปุ่นบุกเข้าไปทำสงครามในจีน โดยเหตุการณ์วิปโยคนั้นเกิดที่เมืองนานกิงนั่นเอง
 
 
Timeline สงครามและการเมืองของญี่ปุ่น ใน Bridal Mask เป็นของจริง ในเรื่องมีการพูดถึงการเกณฑ์สาวเกาหลีไปเป็น ทาสโสเภณีให้กับทหารญี่ปุ่นที่ออกรบอยู่ หรือการเกณฑ์หนุ่มสาวไปออกรบในสงครามที่ญี่ปุ่นพยายามบุกไปยังทวีปต่างๆ รวมไปถึงกระทั่ง การสั่งห้ามใช้/พูด/เขียนภาษาเกาหลี และยังมีการบังคับใช้ชื่อญี่ปุ่นในชาวเกาหลีด้วย
 
เหตุการณ์ใน Bridal Mask ก็คือตอนที่ ญี่ปุ่น กำลังบุกจีน ยึด นานกิง นั่นเอง
 
ใน Bridal Mask มีการเปรียบเทียบไปถึงการลุกฮือของประชาชนในปี 1919 หลังจากที่ พระเจ้าโกจงสวรรคต โดยเชื่อว่าเป็นการถูกลอบวางยาพิษ ซึ่งในครั้งนั้นประชาชนชาวเกาหลีได้ลุกฮือต่อต้านรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ถูกรัฐบาลญี่ปุ่นปราบปรามอย่างรุนแรง ครั้งนั้นมีประชาชนชาวเกาหลีเสียชีวิตไป 7,000 คน
 
 
 
 
ประโยคหนึ่งใน Bridal Mask กล่าวว่า "...เกาหลีเป็นชนชาติที่อ่อนแอ ต้องคอยให้คนอื่นปกป้องตลอดเวลา.." หมาย ถึง ก่อนหน้านี้ เกาหลีก็อยู่ภายใต้การปกครองของจีน จนมาถูกญี่ปุ่นยึดในปี 1910 ซึ่งในสมัยรวมแผ่นดิน เกาหลีก็เคยถูกญี่ปุ่นบุกมาก่อนแล้วเช่นกัน ในยุคโจรสลัด
 
(ก่อนญี่ปุ่นจะเข้าครองเกาหลีได้เบ็ดเสร็จ ก็หลังจากที่พระราชาองค์สุดท้ายสวรรคตแล้ว โดยก่อนหน้านี้กษัตริย์เกาหลีได้พยายามขอความช่วยเหลือจากนานาประเทศ แต่ไม่มีใครสนใจประเทศเล็กๆแบบเกาหลีเลย)
 
เกาหลี ถูกญี่ปุ่นปกครองอยู่ถึง 30 ปี ก่อนที่ญี่ปุ่นจะถูกประกาศให้พ่าย สงครามโลก แต่ เกาหลี ก็ยังไม่สงบ เพราะหลังจากญี่ปุ่นพ่ายสงครามโลก เกาหลีก็ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ เหนือและใต้ ... ตามมาด้วยสงครามสุดยิ่งใหญ่อีกครึ่งหนึ่งของโลก คือ "สงครามเกาหลี" (เป็นสงครามที่คำว่า "สงครามตัวแทน" ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจบัน)
 
 
 
การแบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ส่วนในสงครามเกาหลี
 
ย้อนกลับไปตอนที่เกาหลีถูกญี่ปุ่นปกครอง ตอนนั้น สตาลิน ของโซเวียต มีความต้องการอยากยึดเกาหลีและแมนจูเรียอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พออเมริกาทิ้งบอมบ์ที่ฮิโรชิม่า ทำให้ญี่ปุ่นพ่ายสงคราม โซเวียตจึงเข้ายึดดินแดนเกาหลีฝั่งทางเหนือ แต่ถูกอเมริกันปราม เพราะเกรงว่าโซเวียตจะแพร่ขยายดินแดนและความเป็นคอมมิวนิสต์มากจนเกินไป จึงประกาศให้แบ่งเกาหลีออกเป็น 2 ส่วนคือ เหนือ และ ใต้ โดยฝั่งเหนือนั้นจะอยู่เหนือเส้นขนานที่ 38 ขึ้นไป ... โซเวียตจึงได้เข้ายึดเกาหลีเหนือ (เดิมเกาหลีเป็นแผ่นดินเดียวกัน มีเมืองหลวงอยู่ที่โซล พอแยกตัว เมืองหลวงของเกาหลีเหนือจึงเปลี่ยนเป็น เปียงยาง)
 
การเมืองของทางรัฐบาลฝั่งเหนือ ดูจะเข้มแข็งกว่าฝ่ายใต้ เพราะเป็นคอมมิวนิสต์โดยสมบูรณ์และยังมีโซเวียตหนุนหลัง ขณะที่ฝ่ายใต้แตกแยกเป็นหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มต่อต้านคอมมิวนิสต์ กลุ่มประชาธิปไตย และกลุ่มคอมมิวนิสต์ โดยฝ่ายใต้มีอเมริกาหนุนหลังอยู่เงียบๆ
 
ฝ่ายเหนือเคยบุกลงมายึดกรุงโซลได้ครึ่งหนึ่ง และอเมริกาได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือฝ่ายใต้โดยการขับไล่ฝ่ายเหนือกลับไปยัง เหนือเขตขนานที่ 38 จนได้
 
ทั้งเหนือและใต้รบพุ่งกันตลอดเวลา จนกระทั่งในปี 1997 ฝ่ายใต้ขอเจรจารวมประเทศ แต่ไม่ได้รับการตอบรับจากฝ่ายเหนือ ทำให้เหนือและใต้ยังคงเป็นศัตรูกันมาจนถึงปัจจุบัน ...
 
 
 
 
 
หากใครมีโอกาสได้ดูมหากาพย์ภาพยนต์เกาหลี "เทกึกกี... เลือดเนื้อ เพื่อฝัน วันสิ้นสงคราม" ที่เข้าฉายเมื่อปี 2004 นั่นก็พอจะทำให้เราได้เห็นบรรยากาศของสงครามเกาหลีได้ส่วนหนึ่ง เทกึกกีเป็นภาพยนต์รำลึกในวาระครบรอบ 50 ปีสงครามเกาหลี "เทกึกกี" หมายถึง ธงชาติเกาหลี โดยคำนี้ใช้มาตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามเกาหลี จนกระทั่งมีการแยกประเทศ เทกึกกี จึงกลายเป็น คำเรียกธงชาติเกาหลีใต้
 
เทกึกกี เป็นเรื่องราวของ 2 พี่น้อง จินซก (วอนบิน) และ จินแท (จางดองกัน) ที่ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามอย่างไม่ตั้งใจ จินซกเป็นเด็กเรียนดี เป็นความหวังของครอบครัว จินแทเป็นคนแข็งแรง มุมานะ เขาเปิดร้านซ่อมรองเท้าและมีคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงานกัน
 
 
 
 
จนวันหนึ่ง เมื่อเกิดสงครามเกาหลี จินซกถูกเกณฑ์ไปรบ จินแทอยากช่วยเหลือน้อง จึงวิ่งไปตามจินซกตอนจินซกจะไปขึ้นรถไฟ ด้วยหวังอยากให้น้องกลับบ้าน จึงหลงเชื่อข่าวลือที่ได้ยินมาว่า หากได้เหรียญหล้าหาญ จะทำให้จินซกกลับบ้านได้ จินแท จึงต้องเข้าร่วมเป็นทหารในกองรบโดยปริยาย (บ้านหนึ่งจะต้องส่งตัวแทนไปรบเพียง 1 คน)
 
จินแท รบแบบเสี่ยงอันตรายตลอดเวลา เพราะอยากได้เหรียญกล้าหาญ อยากให้น้องได้กลับบ้านเร็วๆ แต่ด้วยความมุทะลุของจินแทนั้นเอง ทำให้เรื่องราวพลิกผัน จินแทหายสาปสูญ ... จินซกตามหาพี่ชาย ... เมื่อได้พบพี่ชายอีกครั้ง ... จินแทพยายามฆ่าจินซก ... จินซกจึงรู้ว่า พี่ชายของเขา จินแท กลายเป็นทหารฝ่ายเหนือไปแล้ว ...
 
 
 
เรื่องนี้เศร้ามาก และดีมากๆ ค่ะ ต้นเรื่องจะบรรยายให้เราเห็นถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่ได้ดีนักของชาวเกาหลี เพราะพึ่งปลดแอกจากญี่ปุ่นมา แต่ประชาชนชาวเกาหลีทุกคนก็มีความสุข เพราะไม่ได้อยู่ใต้อาณัติใคร จินแท และจินซก รักกันมาก จนกระทั่งถูกเกณฑ์ไปรบ ตอนนี้จะมีมีทั้งเรื่องความรักของพี่น้อง และ ความรักของหนุ่มสาว คือ ของจินแทและแฟนสาว (เศร้ามาก TT) มีการเล่าถึงตอนที่ทหารมาเกณฑ์คนแต่ละบ้านไปรบ ตอนนี้เราจะได้เห็นถึง สภาพบ้านเมือง ที่กลับกลายเป็นเมืองร้างอีกครั้ง เรื่องนี้มีตอนจบที่ดีมาก เป็นอีกเรื่องที่ฉบับหนังสือและหนังทำได้ดีพอๆกัน แนะนำให้อ่าน/ชม เลยค่ะ
 
 
 
 
 
กับอีกเรื่อง ที่นำเอาบันทึกเล็กๆของ นักเรียนนักเลง ที่ถูกเกณฑ์ไปรบในสงครามเกาหลี ทีแรกพวกเขาก็ยังทำตัวแบบนักเลงอยู่ จนกระทั่งรู้ว่า ถึงเวลาต้องรบจริงๆ พวกเขาจึงต้องรวมพลังกัน ใน 71 : Into The Fire นั่นเอง
 
เป็นอีกเรื่องที่โด่งดัง และ พูดถึงในวงกว้าง ส่วนหนึ่งเพราะเป็นการดึงเอาไอดอลเกาหลีชื่อดังอย่าง T.O.P วง BIG BANG มารับบทนำในภาพยนต์เป็นครั้งแรก ประกบคู่กับ ควอนซังวู ร่วมด้วย ชาซึงวอน และ คิมซึงวู
 
 
 
 
71 : Into The Fire เป็นเรื่องของนักเรียนเกาหลี 71 คนที่เป็นนักเรียนนักเลง จนถูกพาไปรบในสงครามเกาหลี โดยพวกเขาถูกนำไปปล่อยทิ้งไว้ที่โรงเรียนหญิงล้วนโพฮังดง ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานรบของฝ่ายใต้ โดยที่ฐานรบนี้มีภารกิจคือ ป้องกันสะพานไม่ให้ พวกฝ่ายเหนือ ข้ามสะพานมาได้
 
เรื่องนี้ คอวนซังวู แสดงดีมากจนน่าตบค่ะ ส่วนท๊อปของเราเล่นเป็นบทเด็กหน่อมแน้ม น่าร้ากกก  ส่วนชาซึงวอนเล่นเป็นแม่ทัพฝ่ายเหนือค่ะ ตอนแรกเราไม่ได้อยากดูเรื่องนี้ เพราะท๊อปมันเล่นเนี่ยแหละ คือมีความรู้สึกว่าการเอาไอดอลไปเล่นหนังมันจะออกมาไม่ดีไงไม่รู้ เลยไม่อยากดู
 
 
 
แต่ช่วงนั้น บังเอิญว่างงาน เลยเปิดดู โห ... ถือว่าพลาดจริงๆถ้าไม่ได้ดู เพราะมันดีมากๆ อิ่มเอมมากๆ แทกึกกี นั้นซึ้งโดยเนื้อหาแล้ว เราว่าเทียบกับ Into the fire ไม่ได้ในแง่ของ "พลัง" ของนักแสดงค่ะ ทุกอย่ามันลงตัวไปหมด ไปจนกระทั่งจุดพีคของเรื่อง คือฉากต่อสู้บนหลังคา (ที่อิท๊อปมันชอบเอามาโม้ออกรายการบ่อยๆนั่นแหละ)
 
Into The Fire สร้างจากเรื่องจริง ของนักเรียนเกาหลี 71 คนที่สามารถเอาชนะทหารเกาหลีเหนือและสามารถปกป้องสะพานที่ป้อมโพฮังดงไว้ได้ โดยความฉกาจฉกรรจ์ของทหารเยาวชนกลุ่มนี้คือ ด้วยนักเรียนที่ไม่มีทักษะการรบใดๆมาก่อนเลย สามารถเอาชนะทหารเกาหลีเหนือกว่า 100 คนได้
 
 
 
 
 
อาจจะเริ่มเข้าใจขึ้นมานิดหนึ่งแล้วใช่มั้ยคะ ว่าทำไมเกาหลีถึงชาตินิยม และพยายามนำชาติตัวเองสู่ความยิ่งใหญ่แบบมหากาพย์ขนาดนี้
บทความนี้เขียนด้วยมุมมองที่ไม่รอบด้านนัก หากมีใครอยากเสนอแนะข้อมูลเชิญได้เลยค่ะ
 
หวังว่าบทความนี้คงให้ความรู้กับทุกท่านได้ไม่มากก็น้อยนะคะ (แน่ล่ะ ไม่มากก็ต้องน้อยสิ Foot in mouth)
มันจะมีบางจุดที่เราอ่านๆแล้วรู้สึกเหมือนมันขาดๆหายๆไป ก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วย
 
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้จ้า ..

Comment

Comment:

Tweet

ซึ้งจับใจอ่า
บาคาร่า

บาคาร่าออนไลน์

#10 By pimmy (180.183.68.1|180.183.68.1) on 2015-05-23 20:50

ใช่เลย ละครของเขามีไว้กล่อมเกลาคนในชาติ เลือกที่จะ สร้างคนมากกว่าที่จะสะท้อนสังคม

แบบ การ์ตูน ยอดมนุษย์ก็เหมือนกัน  ปลูกความรักความเป็นธรรมแต่เด็ก 
การ์ตูน หนัง ของ ญี่ปุ่น และเกาหลี เลยเน้น สร้างคนในชาติมากกว่าสะท้อน
เกาหลีใต้นั้น ถ้าไม่ปรับตัวแล้วเกาหลีเหนือ อยู่ด้านบน จีน และประเทศอื่นล้อมไว้ ไม่ชาตินิยมไม่มีทางสร้างชาติได้เลยค่ะ surprised smile Hot!

#9 By lakorn-series on 2013-11-28 14:36

ชอบท็อปมาก อยากดูเรื่องนี้มากๆ
แต่ทำใจดูหนังสงครามไม่ได้ มันหดหู่จริงๆ

#8 By koyubi on 2013-01-19 01:48

มีลิสต์หนังที่อยากดูเพิ่มขึ้นอีกสองเรื่อง
ฮ่าๆๆๆ
ไว้จะหามาดูนะคะ ขอบคุณสำหรับรีวิวมากๆ :D

#7 By winter-moonlight on 2013-01-17 23:23

สงครามมันโหดร้ายจริงๆนะแหละ ไม่มีใครดีไปกว่าใครเลย

#6 By gin-fu on 2013-01-17 20:19

ชอบคำบรรยายของจขบ.มากเลย ตลกดีค่ะ 555
[size= 14px]ปลื้มมากๆ
จะลองไปหาดูนะคะ cry  [/size]

#5 By เม on 2013-01-17 16:59

ตามมาจากพันทิพย์
เขียนดีมากเลยครับ!!Hot!

#4 By นาย ต. on 2013-01-17 13:30

ได้ความรู้ดีค่ะ ขอบคุณนะคะที่มารีวิวให้ฟัง big smile
เข้าใจง่าย+น่าสนใจกว่าไปอ่านหนังสือเยอะ
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#3 By JerdKyuri* on 2013-01-16 13:55

ทหารญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกโหดร้ายมาก
แต่การโดนระเบิดนิวเคลียร์ถล่มก็โหดไม่แพ้กันมั้ง
หนังสงครามดูแล้วหดหู่จริงจัง
big smile sad smile

#2 By Nirankas on 2013-01-16 09:06

....อ่านไป ความรู้ไหลเข้าหัวอัตโนมัติ
ไม่น่าเบื่อเหมือนอ่านหนังสือเรียน 555 
ขอบคุณที่มารีวิวค่ะ ^^
//หนังอิท็อปนี่กะจะดูนานแล้ว แต่ไม่ว่างซักที- -

#1 By KoonPoonk on 2013-01-16 00:16

Recommend