poprock View my profile

 
 
You'll never know what 'Sound City' is, until listen to.
 
(แหม เสร่อใช้ภาษาอังกฤษ เพราะอยากให้ดูเท่ค่ะ ไม่รู้ใช้ถูกหรือเปล่าด้วย 5555555)
 
 
 
คำถามแรกคือ คุณรู้จัก Sound City หรือไม่?
Sound City คือ ภาพยนตร์สารคดีที่ Dave Grohl หัวหน้าวง Foo Fighters เขียนบทและกำกับด้วยตนเองเป็นเรื่องแรกในชีวิต
 
คำถามที่สองคือ Sound City เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับอะไร?
อย่าพึ่งยี้ หากบอกว่านี่เป็นหนังสารคดี เพราะนี่เป็นหนังสารคดีที่สนุกเอาเรื่อง จะความสนุกจะยิ่งทบทวีหากคุณเป็นนักฟังเพลง และ ยิ่งคุณเป็นจำพวก "ชาวร็อค" หรือ "ชาวหูเหล็ก" ด้วยแล้ว อาจถึงขั้นเป็นลมสลบไปเพราะความเท่ของหนังเลยทีเดียว
 
นี่เป็นหนังที่เกี่ยวกับการพัฒนาของธุรกิจห้องอัดเสียง และ วงการเพลง ที่ Dave Grohl ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากการซื้อเครื่องมิกซ์เสียงระบบอนาล็อกเครื่องแรกของวงการเพลงอเมริกา จาก Studio "Sound City" ที่ปิดตัวลงเมื่อปี 2011
 
พร้อมกับความทรงจำระดับ "แพลทตินั่ม" ที่ Dave อยากเผื่อแผ่ และ "บันทึก" ไว้ให้ชาวโลกได้รับรู้ และให้ตัวเองได้จดจำในรูปแบบวิดิทัศน์ด้วย
 
 
 
 
 
 
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Sound City...
 
แม้จะมีเรื่องย่อว่าเป็นเรื่องราวของ Sound City สตูดิโอเก่าแก่แห่ง L.A. ตั้งแต่ก่อตั้งจนปิดตัว แต่ระหว่างทาง Dave กลับพาเราไปพบจักรวาลของธุรกิจดนตรีของอเมริกา ผ่านบทสัมภาษณ์ของศิลปิน,โปรดิวเซอร์,ซาวด์เอนจิเนียร์,แฟนคลับ,เด็กยกของ,นักร้องแบคอัพ ฯ ที่จะทำให้เราได้รับรู้ขั้นตอนการผลิตเพลง และ วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีดนตรีโดยไม่รู้ตัว..
 
"แล้วไง นี่มัน Sound City นะเว้ย?"
 
สำหรับในธุรกิจดนตรี แทบไม่มีใครไม่รู้จัก Sound City อาจเพราะมันเป็นห้องอัดเสียงแห่งแรกๆที่เปิดตัวในอเมริกา และมันยังโด่งดังในด้านความ "เลอะเทอะ" แบบที่ว่า คุณสามารถทำอะไรก็ได้ที่นี่ ที่นี่ไม่มีเรื่องจุกจิกจู้จี้กวนใจ และศิลปินหลายๆวงยกให้นี่เป็นบ้านหลังที่ 2
 
แต่แม้ที่นี่จะหยำเปเละเทะอย่างไร มันก็ผลิตอัลบั้ม "แพลตตินั่ม" มากว่า 100 อัลบั้มแล้ว
 
หนังแบ่งการเล่าเรื่องเป็นพาร์ทๆ ซึ่งเป็นการนำเสนอที่ฉลาดมากๆ สำหรับมือใหม่แบบ Dave Grohl เพราะการแบ่งพาร์ทให้เนื้อหายาวเกือบ 2 ชั่วโมง ย่อยออกเป็นตอนสั้น (แต่เป็นเนื้อเดียวกัน) ทำให้หนังดูเข้าใจง่ายและไม่น่าเบื่อ และแต่ละพาร์ทยังมีความสำคัญตรงที่ แต่ละช่วงเป็นขั้นตอนการผลิตเพลง และ วิวัฒนาการที่เกิดขึ้นใน Sound City
 
นอกจากการวางโครงเรื่องและการไล่เรียงเนื้อหาบทสัมภาษณ์ได้เป็นอย่างดีแล้ว จุดเด่นอีกอย่างของหนังที่ดูแล้วสนุกขึ้นมาทันที คือการตัดต่อที่เฟี้ยวฟ้าวได้ใจ แต่ไม่ปวดหัวแบบหนังหรือมิวสิควิดิโอสมัยใหม่ กลับกัน งานภาพใน Sound City เป็นงานภาพธรรมดามาก ไม่มีมุมลึกลับซับซ้อนอะไร และความธรรมดานี่เองที่ส่งให้หนังไม่ค่อยมีบรรยากาศชวนเบื่อแบบหนังสารคดีเรื่องอื่นๆ แต่เหมือนกับเรานั่งดู บทสัมภาษณ์สั้นๆ เบื้องหลังการทำอัลบั้ม ที่ให้บรรยากาศที่เป็นกันเองระหว่างแฟนเพลงกับศิลปินมากกว่า ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ การลุ้นว่า จะมีใครโผล่มาให้สัมภาษณ์บ้าง
 
(แต่ถ้าไปดูรายชื่อมาล่วงหน้าแล้ว จะถือว่าไม่สนุกนะ เพราะอดลุ้นว่าจะได้เจอใครบ้างในหนัง ฮ่าๆๆ)
 
และเหนือไปกว่านั้นการที่หลายๆคนประทับใจหนังเรื่องนี้ อาจเป็นเพราะ นี่เป็นการรวมบทสัมภาษณ์ศิลปินที่โคตะระเท่-โคตะระฮา (ที่ตอนดูแล้วต้องย้อนกลับไปฟังซ้ำอีก แล้วฮาอีกรอบ 55555)
 
และเพราะนี่ไ่ม่ใช่สารคดีดนตรีของ "ศิลปินคนใดคนหนึ่ง" แบบที่เคยถูกผลิตออกมาเกลื่อนกลาด
Sound City จึงเป็นหนังที่ไม่ว่าคุณจะฟังเพลงแนวไหน หรือ เป็นแฟนวงอะไร ก็มีอารมณ์ร่วมไปกับมันได้
สำหรับเราแล้ว มากกว่าการกรี๊ดยามได้ยินเพลงโปรด หรือ กระทั่งการได้เห็นศิลปินคนโปรดในหนังแล้ว
 
หนังได้เปิดโลกทัศน์ทางการฟังเพลงขึ้นอีกอักโข
 
สำหรับคนนักฟังเพลง Sound City ก็เลือกเพลงชวนให้ร้องตามจนอาจหลุดวี้ดว้ายกับความจี๊ดของเพลงเลยทีเดียว (บางเพลงที่เราไม่เคยฟังมาก่อน แต่เผลอร้องตามได้ไงไม่รู้ 555)
สำหรับคนบ้าศิลปิน Sound City ก็เลือกระดับ "Grammy Awards" มาให้คุณกรี๊ดเล่นๆ (อิฉันนั่งกรี๊ดสลบกับ ลุงริค สปริงฟีลด์จนลมแทบจับ.... อ้าว สปอล์ยเร้อะ? 55555)
สำหรับคนชอบเนื้อหาสาระทางดนตรี Sound City ก็จัดมาให้คุณเต็มๆแน่นๆ จนคุณอยากคว้าปากกามาจดเลยทีเดียว
 
มีเหตุผลข้อไหน ที่ "นักฟังเพลงแบบคุณ" จะไม่ดูหนังเรื่องนี้กันฮึ?
 
 
คะแนนจากเว็ปไซต์วิจารณ์
Rotten Tomatoes : 100%
IMDB : 7.8
Metacritic : 76%
 
 
สำหรับในไทย หนังได้เข้าฉายไปแล้ว เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา เพียงรอบเดียว ที่พารากอน ซีเนเพล็กซ์ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก ที่หนังสารคดีดนตรีเรื่องหนึ่งจะได้เข้าฉายในโรงใหญ่ขนาดนั้น (แต่แค่รอบเดียว T-T ซึ่งดิฉันเองก็ไม่ว่างไปดู) ยังอยากลุ้นให้มีการทำลงแผ่น DVD และทำซับไทย เพราะอยากให้คนฟังเพลงได้ดูกันเยอะๆค่ะ หนังดีจริงๆนะ .. มีโอกาส ไปหามาดูกันซะให้ได้นะจ๊ะ! ...
 
หนังมีอัลบั้มรวมเพลงด้วยค่ะ REAL to REEL ซึ่ง เดฟได้รวมสมัครพรรคพวกมาทำเพลงในอัลบั้มนี้...เพี้ยบ!!!
 
 
 
 
 
มีแอบสปอล์ยด้วยภาพนี้ด้วยค่ะ อิอิ
 
 
 
 
ฝากเพจด้วยจ้า
https://facebook.com/poprockonfilm
http://jaypop.exteen.com
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ชอบพี่เดฟมากๆ เป็นตำนาน ที่กลับมายิ่งใหญ่ได้อีก สุดยอดจริงๆHot! Hot! Hot!

#3 By FN blog! on 2013-06-13 09:30

   ชอบมากมากมากมกามากมากมากครับบบ

#2 By OffTheRecords on 2013-03-30 13:20

ปกเทปคาสเซท เห็นแล้วนึกถึงอดีต
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-03-28 08:17

Recommend