poprock View my profile

 
 
**เปิดเผยเนื้อหาสำคัญ**

สวัสดีค่ะ คุณเรียว ดิฉันเป็นแฟนหนังของคุณค่ะ ดิฉันไม่เคยดู หรือ อ่าน เรื่องราวเกี่ยวกับคู่กรรมมาก่อน
ตอนรู้ว่ามันจะถูกสร้างเป็นหนังอีกรอบ ดิฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก
จนกระทั่งดิฉันมาหลงรักเพลงประกอบ ที่ชื่อเพลง Hideko ของนักร้องอิสระชาวญี่ปุ่น Yusuke namikawa
นั่นแหละค่ะ
ดิฉันต้องบอกว่า มัน... "เพราะจับใจจริงๆ" เพลงนั้นทำให้ดิฉันอยากดูหนังของคุณมาก
ตั้งตารอคอยมาก

แต่เมื่อได้ดูจริงๆ ก็ต้องพบว่า ...

ในครึ่งแรกของหนัง คุณทำให้ดิฉันดิ้นรนกับการดูหนังคุณมาก จนดิฉันอยากจะลุกหนีคุณมาซะอย่างนั้น
แต่คุณก็ต่อยท้องดิฉันด้วยการเล่าเรื่องที่ดีขึ้นตามลำดับ จนดิฉันต้องนั่งดูหนังของคุณต่อ

พอดิฉันอยากจะกรีดร้อง ฉันจะไม่ทน!
คุณก็ตบปากให้ดิฉันเงียบด้วยภาษาภาพ อันน่ากระอักกระอ่วน แต่ชวนคลั่งไคล้ใหลหลงของคุณ
จนดิฉันต้องแอบร้องไห้เงียบๆ
จะทรมานกันไปถึงไหน ?

คุณทำให้การดูคู่กรรมของดิฉัน ลักลั่นปั่นป่วนมาก
ใจหนึ่งดิฉันอยากจะไป แต่อีกใจก็อยากจะอยู่ ให้หนังคุณไล้โลม

คุณรู้หรือไม่ว่า ดิฉันร้องไห้จนน้ำมูกดิฉันไหลจนเข้าปากตัวเองเลย
เพราะ อ้าปากค้าง กับฉากบางฉากที่คุณ "ช่างกล้าหาญชาญชัย" ใส่มันลงมาในหนัง

ช่างกล้า สร้างฉากรักบ้าๆบอๆ ผิดธรรมชาติ แต่ดูแล้วกระตุ้นต่อมอีโรติคให้ทำงานเหลือเกิน
ช่างกล้า ไม่พึ่งพาวัตถุดิบที่สำคัญที่สุดของหนังรัก อย่าง "เพลงบิวด์อารมณ์"
ช่างกล้า เล่าเรื่องรักเน้นๆ โดยโยนทิ้งอะไรต่อมิอะไรที่แฟนหนังสือเขาคิดว่าเป็นสเน่ห์ของบทประพันธ์ไปจนหมด


ด้วยความสัตย์จริง ดิฉันไม่ชอบ "การเล่าเรื่อง" แบบนี้ของคุณสักเท่าไรนัก
เพราะดิฉันไม่คุ้นเคยกับการต้องพยายาม "ก่อร่างสร้างอารมณ์" ด้วยตัวเองแบบนี้
มันไม่ใช่เรื่องที่ "สะดวกสบาย" สำหรับคนดูหนังธรรมดาๆแบบดิฉันเลยค่ะ!

เวลาดิฉันอ่านหนังสือ ดิฉันก็ต้องการความสละสลวยของภาษาช่วยสร้างบรรยากาศ
เวลาดิฉันดูหนัง ก็อยากให้คุณช่วย "สร้าง" อารมณ์ร่วม
ไม่ใช่ให้ดิฉันต้องมาช่วย "ทึกทัก" อารมณ์ใส่เอาเองแบบนี้!

ตอนที่ดิฉันคิดว่า "มาแล้่ว เพลงจะมาแล้ว ฉันจะต้องระเบิดเสียงร้องไห้โฮแน่ๆฉากนี้"
แต่คุณกลับตัดฉับ ตัดอารมณ์ดิฉันซะอย่างนั้น!

อะไรกันคะคุณเรียว...

คุณทำหนังแบบนิยายอีโรติคจริงๆใช่มั้ย?
คุณจะทำให้ค้างๆคาๆ ไปเรื่อยๆใช่มั้ย

แต่ดิฉันก็ยอมอยู่
เพราะดูเหมือนว่า ใจนึงดิฉันก็เิริ่มเอนเีอียงไปหาคุณแล้ว
ด้วยความรักคุณเป็นทุนเดิมนั่นแหละ
เมื่อดิฉันยอมอยู่ คุณก็ล่อลวงด้วยคำหวาน ต่างๆนาๆเกี่ยวกับความรัก
มอมเมาฉันด้วยลีลารักสุดลึกซึ้ง
ฉันเกลียดที่คุณทำแบบนั้นจริงๆ
แต่แล้ว...
จนกระทั่งหนังจบ ดิฉันถึงพึ่งเข้าใจ
ทำไมคุณอยากทำคู่กรรมให้เป็นหนังรักวัยรุ่น
ทำไมคุณอยากทำคู่กรรมให้คนดูอึดอัดแบบนี้
ทำไมคุณอยากทำคู่กรรมให้ดูยากและไม่ช่วยเหลือคนดูขนาดนี้
ทำไมคุณอยากทำคู่กรรมในแบบที่ต่างจากเดิม ทั้งที่ถ้าคุณทำมันไปตามบทประพันธ์เป๊ะๆ เงินก็ไหลเทมาอยู่แล้ว

แต่เพราะคุณอยากทำให้มันเป็น "หนังรัก" ในอีกรูปแบบหนึ่ง
"หนังรัก" ที่เปิดเปลือยอารมณ์แท้จริงของความรัก วัยรุ่น

"แรกรัก" มันดุเดือด พลุ่งพล่าน และรุนแรง


คู่กรรมของคุณเต็มไปด้วยความพลุ่งพล่านทางอารมณ์รักของตัวละคร
ความไม่เข้าใจต่อเหตุการณ์
ความไร้เหตุผล ความไม่ปะติดปะต่อ ความเปิดเผย ความเร่าร้อน ความต้องการ
คุณทำให้หนังสงคราม เซกซี่โดยไม่มีีฉากเปิดเผยเนื้อตัวได้อย่างไร
ฉากร่วมรัก ที่ไม่ได้เห็นการร่วมรัก!

นั่นคือสเน่ห์ทีแท้จริงของความ อีโรติค!!

คุณทำให้เห็นว่า ฉากระเบิดไม่ได้มีขึ้นเพื่อโชว์เทคนิคพิเศษเพียงอย่างเดียว
แต่มันคือความคลุ้มคลั่งของโกโบริ

ฝนที่ตก มันคือความเศร้าสุดห้วงของอังศุมาลิน
เด็กหญิงผู้ไม่ประสากับความรัก
เธอไม่ใช่หญิงแกร่งอะไรนัก
เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา ดื้อรั้น และ ต่อต้าน
แต่ไม่ถึงขั้นก้าวร้าวรุนแรง

การรักโกโบริที่เหมือนศัตรูของชาติ มันหนักหนาสำหรับเธอเกินไป
เธอจึงพยายามต่อต้าน ปฏิเสธ
แต่แรงระเบิดคลุ้มคลั่งของโกโบริ ก็ำทำให้เธอเริ่มใจอ่อนทีละน้อย
สุดท้ายแล้ว ฟางเส้นเดียวของเธอคือ เชื้อชาติ และ ภาระหน้าที่

คุณเป็นคนญีุ่่ปุ่น ฉันเป็นคนไทย เราอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอก

แต่ความรัก...ไม่ต้องการเหตุผลหรอก อังศุมาลิน
หากโกโบริ คือ ตัวละครที่เปิดเผยความรัก และเขายึดเอาหัวใจเป็นหลัก
อังศุมาลิน ก็คือ ตัวละครที่ซ่อนเร้นความรัก และเธอยึดเอาเหตุผลเป็นหลัก

โกโบริ คือ คู่กรรม
ส่วนอังศุมาลิน คือ คนดูหนังทั่วไปแบบดิฉันเอง

อังศุมาลิน(คนดู)แบบดิฉันเต็มไปด้วยเหตุผล และ ความคาดหวัง ให้เรื่องราวเป็นไปตามต้องการ
ส่วนคุณเอง โกโบริ (คู่กรรม) ก็คอยใช้ความรักคอยแทรกซึมให้ฉันพยายามหลุดออกจากเหตุผลของตัวเอง

ประโยคแต่ละประโยค ที่โกโบริได้เอ่ยกับ อังศุมาลิน
มันคือประโยคที่ คู่กรรมสื่อสารกับคนดู

"คุณมีหัวใจหรือเปล่า ฮิเดโกะ"
"มี"
"ไม่จริง.. หัวใจไม่เย็นชาแบบนี้หรอก"

นั่นคือ ในช่วงแรกที่อังศุมาลิน(หรือคนดู)คิดว่า เรื่องราวต่างๆมันกระอักกระอ่วนเหลือเกิน ทั้งการตัดต่อสลับไปมา การแสดงอันประดักประเดิดของตัวละครประกอบ ขณะที่อังศุมาลิน ต่อต้านโกโบริทุกอย่าง คนดูก็ต่อต้านหนังไปพร้อมๆกัน

สำหรับ โกโบริ เขาได้ให้ความรักออกไป แต่อังศุมาลินไม่เข้าใจความรักของเขา เขาจึงเริ่มสงสัย
นั่นเ็ป็นภาพของการแสดงออกตรงๆว่า แค่ความรัก เราจะต้องการเหตุผลอะไรกันนัก

ในช่วงนี้ หนังบีบบังคับให้เรารู้สึก "เกลียด" หนัง (ด้วยเทคนิคและความไม่สมเหตุสมผลแบบที่ไม่น่าเกิดได้ในภาพยนตร์สเกลขนาดนี้) เหมือนที่ อังศุมาลิน ถูกบังคับใ้ห้เกลียด โกโบริ ด้วยเหตุผลอันชวนไม่น่าพิศมัยมากมาย

ไอ้ญี่ปุ่นคนนี้เป็นบ้าอะไร รู้ว่าเขาเกลียดยังจะมาคอยตามตื๊อ
หรือ ไอ้หนังบ้านี่ทำบ้าอะไรของมัน ฉากประหลาดๆแบบนี้ รู้ว่าไม่ดี คนดูแบบฉันไม่ชอบแน่ๆ แต่ก็ยังจะทำ

จนแล้วจนรอด เมื่อโกโบริ ใช้ความรักเข้า"ลูบ" อังศุมาลินก็เริ่มใจอ่อน
คนดูแบบดิฉัน ที่ต่อต้านหนังในตอนแรกๆก็เริ่มอ่อนลงแล้วเหมือนกัน

แต่แม้จะโอนอ่อนผ่อนเอนอย่างไร ความยึดมั่นถือมั่นในเหตุผลของดิฉันก็ยังคงอยู่
หนังคู่กรรมของคุณ มีจุดให้ดิฉันด่าืทอ ติเตียนด้วยความไม่พอใจมากมาย

มันต้องมีเหตุผลอะไร มารองรับการกระำทำต่างๆบ้างสิ
มันต้องมีเหตุผลอะไร ที่ทำให้เราสะดวกใจจะรักหนังบ้างสิ
มันต้องมีเหตุผลอะไร สักอย่าง...สิ

เมื่อหนังเบื่อกับการพยายามให้ความรัก เบื่อกับชี้ให้เห็นว่า
เราไม่ต้องการเหตุผลอะไรหรอก ในการจะรักอะไรสักอย่าง ..

โกโบริที่ แสนดี เถรตรง น่ารัก มาตลอด ก็เริ่มเข้าสู่โหมดดิบเถื่อน
หนังคู่กรรม ที่ตรงไปตรงมากับการเ่ล่าเรื่องมาตลอด ก็เริ่มเข้าสู่โหมดดิบเช่นเดียวกัน

ตอนที่โกโบริ ข่มขืน อังศุมาลิน
หนังก็ได้ข่มขืนเราไปพร้อมๆกัน..

ฉากนี้เป็นจุดเปลี่ยนของหนัง
และฉากนี้เป็นจุดเปลี่ยนของคนดู แบบดิฉันเช่นกัน

และการข่มขืนที่เกิดขึ้น
ก็ไม่อาจเรียกว่า ข่มขืนได้โดยสนิทใจนัก
แม้คนดูแบบดิฉันจะต่อต้านอย่างรุนแรงในตอนแรก
แต่สุดท้ายก็ยินยอมให้กับความอ่อนโยน
และ ความจริงใจของหนังอยู่ดี

แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นกับ
โกโบริ และ อังศุมาลิน

เรายอมให้หนังข่มขืนเราโดยไม่รู้ตัว

ต้องขอบคุณ ณเดช ผู้แสดงเป็น โกโบริ ที่เป็นตัวแทนของหนังได้อย่างดีจนทำให้คนดู "ยินยอม" โดยง่ายดาย ณเดชแสดงเป็นโกโบริได้อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีซ่อนเร้นแอบแฝง เป็นเด็กหนุ่มคลั่งรัก ที่เร่าร้อน รุนแรง ในการแสดงอารมณ์ได้ดีจริงๆ

สำหรับ นักแสดงหน้าใหม่แบบริชชี่ ที่มารับบทเป็นอังศุมาิลิน เธออาจไม่ถูกใจแฟนบทประพันธ์เ่ท่าไรนัก เพราะ อังศุมาลิน ตามบประพันธ์ สมควรจะต้องฉลาด มั่นใจ แข็งแกร่ง ไม่แข็งกร้าว

แต่อังศุมาลินของริชชี่ กลับกลายเ็ป็นเหมือนเด็กน้อยไม่ประสีประสากับอะไรเลย จนดูน่ารำคาณ แต่เรากลับนึกชอบ ความเด็กแบบนี้ของอังศุมาลิน ทั้งที่หนังมอบบทพูดชวนประหลาดในบริบทให้

"คาแรคเตอร์ฉลาดๆแบบอังศุมาลิน ทำไมกลายเป็นอังศุมาลินแบบนี้ไปได้"

เราชอบความเด็ก ของอังศุมาลิน เธอดื้อ เธอรั้น แต่เธอก็อ่อนโยนกับโกโบริ ตามประสาเด็กสาว เรายอมรับกับคำติที่ว่า เธอยังไม่เก่งพอจะมารับบทอังศุมาลิน แต่เราก็คิดว่า อังศุมาลินของเธอมีสเน่ห์ในแบบของเธอเอง เธอไม่ได้แสดง "่ห่วยแตก" จนรับไม่ได้ในความเห็นเรา

และทั้งคู่ไปรักกันตอนไหน ไม่มีใครรู้ เพราะหนังไม่ได้บอก

...ก็แล้วทำไมหนังถึงต้องบอกเราุทุกอย่าง?

คนจะรัก ยืนเฉยๆก็ยังรัก
คนจะเกลียด ยืินหายใจเฉยๆก็ยังเกลียด

นีี่คือ "ความไม่มีเหตุผลของความรัก"
กับหนังบางเรื่อง "ก็ต้องการให้คนดูได้หาเหตุผลกับมันเอาเอง"
มากกว่าให้หนังคอยหาคำตอบใหุ้ทุกอย่าง

ตอนดูจบดิฉันเองก็พึ่งเข้าใจประโยคนี้ของตัวละครโกโบริ
"คุณมีเหตุผลของคุณ ผมมีหัวใจของผมก็พอแล้ว"

คู่กรรมของคุณ อาจไม่ได้ต้องการเหตุผลมากมายนักในการดูหนัง
สิ่งที่คุณต้องการบอกคือ ...

ลืมเหตุผลต่างๆมากมายในการที่คุณจะให้ความรักกับอะไรสักอย่างไปซะ
ใช้หัวใจของคุณตัดสินก็พอ

คู่กรรมของคุณ ไม่ต้องการต้นลำพู เสียงขิม หิงห้อย
คู่กรรมของคุณ ต้องการแค่ ความรักของโกโบริ กับ อังศุมาลิน

นั่นทำให้
สุดท้าย
แม้คู่กรรมจะตายไปแล้ว
แต่คนดูแบบดิฉันจะยังคงอยู่ต่อไป...
ความรักที่เกิดในคู่กรรมก็จะยังอยู่กับฉันต่อไป...

สำหรับดิฉันแล้ว การตีความใหม่ของคุณ
มันทำให้คู่กรรมเป็นหนังรักที่น่าจดจำมากจริงๆ

ขอบคุณค่ะคุณเรียว กิตติกร
 
 
 
FB | https://www.facebook.com/poprockonfilm
 
 
 
 
 
 
 

คุยกันหลังจอ



สำหรับ คู่กรรม ของเรียว นี่ต้องบอกตรงๆเลยว่า คนที่รักณเดช มาดูอาจจะยังเกลียดคู่กรรมเวอร์ชั่นนี้ คือ ดูแล้ว ถ้าไม่รักเลย ก็เกลียดเลย เพราะ เรียวทำหนังที่ใช้ภาษาภาพเกือบทั้งเรื่อง ลดทอนการเสริมสร้างอารมณ์ของหนังด้วยเสียงและคำพูดไปจนหมด

ซึ่งสำหรับคนดูหนังทั่วไป อาจไม่คุ้นเคยกับการสื่อสารทางภาพยนตร์แบบนี้ ทำให้รู้สึกว่า ดูยาก  สำหรับเราเองก็มีปัญหาเช่นนั้นเช่นกันค่ะ เพราะมันไม่คุ้นกับเทคนิคภาพยนตร์แบบนี้ แต่หลังจากได้สะระตะกับมันดีๆ ภาษาภาพของมัน และ สัญลักษณ์ต่างๆที่ปรากฏในเรื่อง ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าจะตีความ สำหรับเราก็ตีความได้ตามใน รีวิว ซึ่งไม่รู้ว่ามันถูกเป้าหมายที่ ผู้ำกำกับพยายามจะบอกหรือเปล่า

แต่เคยได้ยินใครสักคนพูดไว้ว่า

"เมื่อหนังออกสู่สายตาผู้ชม มันได้กลายเป็นหนังของคนดูแล้ว มันไม่ใช่ของผู้กำกับอีกต่อไป"

เพราะฉะนั้นแล้ว ตอนนี้ คู่กรรม เป็นของ คนดูแล้ว จะต้มยำทำแกงกับมันยังไงก็ตามใจ

สำหรับเราแล้ว เรารับเมซเซจของเรียวได้แบบดังที่รีวิว นั่นทำให้เราชอบ "การสื่อสารของเรียวกับคนดู" มาก

จนถึงตอนนี้ เรายังคงร้องไห้ เมื่อคิดถึงความรักของ โกโบริ ทั้งที่หนังมันก็ไม่ได้พยายามบิวด์อะไรนัก แต่เพราะความตรงๆของมัน ทำให้เรารู้สึกว่า "หนังมันจริงใจ" กับเราเหลือเกิน

องค์ประกอบต่อมา คือนักแสดง พูดแบบดีๆหน่อย ริชชี่ ทำได้ดีกว่าที่คิด เพราะเธอกลายเป็น อังศุมาลินอีกคน อีกคาแรคเตอร์ แต่ถ้าพูดแบบไม่ต้องปลอบใจอะไรมาก คือ จะดีกว่ามั้ยถ้าให้นักแสดงคนอื่นมาเล่น มันอาจ ซึ้งกว่านี้ เอาอยู่กว่านี้ อลังการกว่านี้... ก็ได้

แต่ในเมื่อมันเป็น ริชชี่แล้ว เราก็พยายามคิดมาตรฐานตามแบบริชชี่ ซึ่งเธอก็เป็นอังศุมาลิน ที่ค่อนข้าง ชัดในคาแรคเตอร์ตัวเองพอสมควร ซึ่งคนดูจะชอบ ไม่ชอบ นั่นเป็นอีกเรื่องที่ริชชี่ต้องยอมรับ


ว่างๆจะไปจัดอีก สักรอบ สองรอบ...

หนังเป็นของทุกคน เราชอบ คนอื่นไม่ชอบ ไม่ใช่เรื่องผิดอะไร...
ขอบพระคุณที่อ่านถึงตรงนี้ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet

@jaypop อ้าวนึกว่าเพราะผมเม้นก่อนซะอีกนะเนี่ย 5555 ยินดีที่ได้อ่าน Blog ดีๆครับ หลังจากเรา follow twitter กันมานาน 555

#9 By juthas on 2013-04-09 10:24

@juthas บังเอิญมาก เราต่างคนต่างอ่านรีวิว each other (ไม่กล้าพิมพ์ไทยกลัวเน่าเกิน)
หรือเราจะเป็นคู่กรรม
/ไม่ใช่ละ
cry

#8 By poprock on 2013-04-09 10:19

Hot! Hot! Hot! Hot!
เขียนได้ลึกซึ้งดีมากครับ
ส่วนตัวผมชอบภาพยนตร์เรื่องนี้มากเช่นกัน

#7 By juthas on 2013-04-09 10:15

ยังไม่ได้ดู แต่กำลังจะไปดู
แล้วไว้จะมานั่งคิดอีกที ว่าเราเข้าใจบ้างมั้ย ฮ่าๆๆ

#6 By winter-moonlight on 2013-04-07 23:50

ชอบค่ะ ชอบเอ็นทรีนี้มากๆ  Hot! Hot! Hot! Hot!
แต่ไม่คิดว่าหนังจะรายได้ดีเท่าไหรเพราะไม่เจาะตลาดคนไทยเท่าไหร (คิดว่า)
แต่เราชอบค่ะ ใครไม่ชอบช่างเขาเถิด ๕๕๕

#5 By •กุ๊ดจี่• on 2013-04-07 17:02

Hot! Hot! Hot!
เราว่าเวอร์ชั่นนี้ดูยากค่ะ มีอะไรให้คิดเยอะแยะเต็มไปหมดกับคำพูดง่ายๆ หรือช่วงเงียบๆ ที่ถ่ายทอดออกมา

ซึ่งทำให้ชอบมากกกกกก

#4 By มิมนา on 2013-04-07 16:33

@mama-chan ค่าตั๋วรึเปล่าที่ตรึงไม่ให้เจ้าลุกหนีไป //โดนตรบ
ยังไม่ได้ดูเวอร์ชั่นนี้ แต่เห็นแซวกันเยอะเหมือนกัน สงสัยต้องไปส่องหน่อยแล้ว ฮา
ป.ล. เขียนรีวิวได้น่าสนใจมากครับ

#3 By RhomeO on 2013-04-07 11:50

รอดูว่าหนังจะทำเงินได้เท่าไหร่
( Hot! Hot! )

#2 By Nirankas on 2013-04-07 10:33

Hot! Hot! Hot! Hot!
จะบอกว่าตอนแรกๆก็ดูแล้วแหม่งๆเหมือนจขบ.เลยค่ะ
แต่ก็ยังดูจนจบ
ไม่รู้ว่าตรงไหนที่มันตรึงไม่ให้เราลุกหนี ฮา
ดูจบแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แต่คิดว่ามันเป็นหนังที่ดีค่ะ
พอมาอ่านรีวิวแบบนี้...//ซึ้ง...
ขอบคุณสำหรับรีวิวดีๆค่ะ่

#1 By MaMa on 2013-04-07 08:19

Recommend