poprock View my profile

 
 
 
 
ก่อนนี้คุณอาจจะเคยรู้จักผมในอีกแบบ
แต่ตอนนี้ ผมได้เปลี่ยนไปจากเดิมค่อนข้างมาก
ไม่ว่าจะด้วยแง่ไหนก็ตาม..
 
จะว่าไปแล้ว อันที่จริง ผมอาจไม่ได้เปลี่ยนไปเลยก็ได้
 
ก่อนหน้านี้ก็คือผม
ปัจจุบันคือผม
อนาคตก็คือผม
 
เพียงแต่คุณยังไม่ได้รู้จักแง่มุมที่ผมเก็บซ่อนไว้
วันนี้ผมจะพาไปรู้จัก ตัวผมในอีกด้านหนึ่ง
ผมไม่เคยแสดงออกมันในงานเพลงเท่าไรนัก
ด้วยเหตุผลใดๆก็ตาม ทั้ง ภาระ หน้าที่ วันเวลาที่เหมาะสม
 
 
จนกระทั่ง..ผมมีโอกาสได้กลับไปเป็คน "คนเดิม"
คนเดิมเป็นอย่างไรน่ะเหรอ..
 
ก็แบบที่คุณเห็นนี่แหละ
จริงๆแล้ว...
 
 
 
ผมบ้า.
 
 
 
5 ปีที่แล้ว...
 

 
ในปี 2009...
 
ตอนที่หัวหน้าวง BIGBANG วงบอยแบนด์ชื่อดังแห่งยุคออก SOLO ALBUM แรกของตัวเอง หลายคนเชื่อมั่นว่าเขาจะทำได้
ขณะที่อีกมากมายเชื่อว่าเขาจะล้มเหลว
ท่ามกลางวงบอยแบนด์ที่ท่อนแรพภายในเพลงไม่ใช่อะไรที่เกลื่อนกลาดนักอย่างในตอนนี้
ท่อนแรพไม่ใช่อะไรที่สลักสำคัญ และศิลปินแรพดังๆส่วนใหญ่เริ่มหายไปจากวงการเพลงเกาหลี
การที่แรพเปอร์ภายในวงบอยแบนด์เด็กๆ อยากออกมาทำ STUDIO ALBUM ของตัวเองนั้น
จึงสร้างเสียงฮือฮาได้มากพอควร
 
"จะไหวเหรอ?"
 
ก่อนจะ debute เขากับยองเบเพื่อนสนิท เคยบอกกับต้นสังกัดว่าไม่อยากเดบิวต์เป็นวงบอยแบนด์เพลงป๊อป
แต่เมื่อไม่มีทางเลือกมากนัก เขาจึง debute ในวงบอยแบนด์ BIGBANG
โชคดีที่ BIGBANG ออกจะแตกต่างจากวงบอยแบนด์ที่ debute ในยุคนั้นอยู่สักหน่อยพวกเขามีการผสมผสานของเพลง Hiphop ,RnB และ Pop อย่างลงตัว เขาจึงได้มีโอกาสทำสิ่งที่ตัวเองถนัดแบบ การ Rap อยู่บ้าง
 
และเพลงที่ทำให้ทั้งเอเชียได้รู้จัก BIGBANG คือ "Lies" เพลงที่แต่งโดย "ควอนจียง" หรือ "G-DRAGON" เด็กหนุ่มวัย 20 ปี หัวหน้าวง BIGBANG ในเวลานั้นนั่นเอง
 
จียงเคยบอกว่า เขาแต่ง Lies เพราะอยากเก็บเอาไว้ร้องเอง แต่ประธานยางกลับบอกว่ามันสมควรเป็นเพลงของ BIGBANG แม้จียงจะรู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมนัก แต่ภายหลังเขาก็คิดว่าประธานยางทำถูกแล้ว
 
ความสามารถที่ปิดไม่มิดของ G-DRAGON ทำให้อัลบั้มต่อๆมาของ BIGBANG มีเพลงที่เขา "แต่งเอง" รวมอยู่ด้วยมากมายหลายเพลง และส่วนใหญ่มันก็เป็นเพลงฮิตของ BIGBANG ทั้งสิ้น (Lies,Haru Haru, Last Farewell)
และคุณอาจพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า G-DRAGON เป็นผู้ชายที่อยู่ทั้งในเบื้องหน้าและเบื้องหลังความสำเร็จของ BIGBANG ได้อย่างแท้จริง
90 % ของเพลงที่ BIGBANG ร้องถูกแต่งเนื้อร้องและทำนองโดยผู้ชายคนนี้ (ร่วมกับศิลปินเบื้องหลังและสมาชิกวงคนอื่นด้วย)
 
แต่นั่นคือ BIGBANG
 
มันจะต่างออกไปมากเมื่อเขาจะออกอัลบั้มภายในนามของ G-DRAGON

 
เขาเคยออก Digital Single อยู่ 4-5 เพลงซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเพลง Rap ที่ยังมีความเป็น Pop อยู่ค่อนข้างมาก
 
และ G-DRAGON ก็เริ่มต้นไม่สวยนักตอนเปิดตัวด้วยเพลง Heart Breaker
 
ทั้งข่าวฉาว
เพลงก๊อป
เนื้อหาเพลงที่ล่อแหลม
 
ในมุมมองของแฟนคลับ G-DRAGON อาจพิสูจน์ว่าเขาสามารถทำได้ ถ้าอยากจะทำ และเขาคือที่ 1 เสมอ
(เนื้อเพลงของเขาก็มักบอกว่าอย่างนั้น)
แต่ในมุมมองของคนทั่วไป
G-DRAGON คือไอดอลก้าวร้าว ที่เป็นเหมือนจุดด่างของวงการ K-pop อันแสนสดใสในเวลานั้น
เขาหยาบคาย และ แปลกแยก
GD ถูกโจมตีในสื่อกระแสหลักถึงข่าวก๊อปเพลง และ เนื้อหาเพลงล่อแหลม รวมทั้ง MV ถูกแบน
 
 
ในปี 2010...

LIVE CONCERT "SHINE A LIGHT" ของเขาสร้างเสียงฮือฮากระฉ่อนวงการอีกครั้ง
ด้วยจำนวนผู้ชมเต็มความจุ Olympics Stadium
ที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับ​ "ศิลปินเดี่ยว" ในเวลานั้น
แต่ที่ดูเหมือนจะร้อนแรงกว่าคือ Performance บนเวทีที่มีการจำลองฉาก Make out บนเตียงมาด้วย!
 
นี่คือคำตอบของ G-DRAGON ต่อเสียงวิพากย์วิจารณ์เพลงของเขา และตัวตนของเขา
G-DRAGON ยังคงซื่อสัตย์ในเพลงของตัวเอง เขาไม่ยอมถอยเลยสักก้าวเดียว..
 
G-DRAGON ไม่เคยออกมาเถียง หรือชี้แจงกรณีลอกเพลงของศิลปินต่างชาติ
ท่ามกลางข่าวลือทั้งหลาย การเงียบก็เหมือนกับการยอมรับ
 
และคำตอบของเขาคือ การปรากฏตัวเป็นแขกรับเชิญบนเวทีของ FLO-RIDA เสียเลย
ด้วยเพลงที่ทุกคนบอกว่าเขาลอกมานั่นแหละ!
ที่ต่อมาเพลง "HEARTBREAKER FEAT.FLO RIDA"
ก็ถูกบรรจุไว้ในอัลบั้ม SHINE A LIGHT CONCERT ALBUM ด้วย
 
 
แม้จะถูกแรงกดดันจากสังคม สำหรับการเป็น "ไอดอล" ที่ควรเป็นแบบอย่างแก่เยาวชน
SHINE A LIGHT อาจไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมทั่วไป
ด้วยเนื้อเพลงที่มีเนื้อหารุนแรง ไม่เหมาะสม และวิพากย์วิจารณ์สังคม
 
แต่ GD ก็ได้พิสูจน์ตัวเองกับแฟนๆและวงการเพลงเกาหลีเรียบร้อยแล้ว
เขา "ทำได้" จริงๆ
 
แม้จะไม่ได้จบด้วยกลีบกุหลาบและรอยจูบ
มันมีแต่น้ำตาและก้อนหิน
 
ไม่มี A BOY ..
ไม่มี "เด็กคนนั้น" อีกต่อไป
G-DRAGON ได้ SHINE A LIGHT อย่างแท้จริง
 
 
และนั่น...คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน
 
 
 
ในปี 2012...
 
ONE OF A KIND.
 
วลีที่นิยาม สิ่งที่ G-DRAGON เป็น ตอกย้ำตัวตน-คนอย่างเขา มักนำหน้าคนอื่นอยู่หลายก้าวเสมอ และเพลงของเขา ก็บอกไว้เช่นนั้น
 
"ผมแตกต่าง"
 
หากเมื่อ 5 ปีก่อน G-DRAGON ใช้คำว่า SHINE A LIGHT สำหรับการก้าวออกมาเป็น G-DRAGON ที่แท้จริง
 
ONE OF A KIND ในปี 2012 ก็คงเป็นการบอกเล่าชีวิตผ่านบทเพลง ขยายความ นิยามตัวตน
WILD & YOUNG เขายังหนุ่มแน่น และ ดิบเถื่อน
และ ONE OF A KIND เขามีเพียงคนเดียวในโลก ไม่มีใครเป็นเหมือนเขาอีก
 
 
 
ในมินิอัลบั้ม ONE OF A KIND น่าแปลกที่จียง ทั้งแข็งกร้าว บ้าบอคอแตก และ หวานหยดย้อย ในเวลาเดียวกัน ทั้ง CRAY~ ทั้ง KIND~
 
แต่พาร์ทที่น่าสนใจและช่วยทำให้มินิอัลบั้มนี้ใกล้เคียงกับความสมบูรณ์แบบ อาจเป็นเพลงรักหวานซึ้งและโศกตรม ที่จียงบรรจงแต่งและร้อยเรียงเพลงได้เป็นอย่างดี แม้จะเจอค่อนขอดว่า อัลบั้มนี้เหมือนโปรโมตบรรดาศิลปินสาวๆที่กำลังจะเดบิวต์ในอนาคต ด้วยการหยิบมาร้องเพลงคู่กันถึง 3 เพลงทั้ง Euna Kim ใน Missing you, Kim Jongwan ใน Today และ สาวลึกลับใน Without You
 
ที่เพลงหลังจียงบอกว่า เป็นเพลงที่ ตลาดที่สุดเท่าที่เคยเขียนมา (แต่ไม่ได้ทำให้ความไพเราะและความงามของเพลงลดลงแต่อย่างใด)
 
ครึ่งหนึ่งของ One Of A Kind คือเพลงรัก ส่วนอีกครึ่งคือ เพลงฮิปฮอปและแนวเพลงทางเลือกแบบที่จียงชื่นชอบและสนใจเป็นพิเศษในระยะหลัง
 
เขาดึงทั้ง Tablo และ Dok2 ศิลปินใต้ดินมาร่วมทำเพลงด้วย หลายคนบอกว่า Light It up ค่อนข้างเห่ย เพราะการดึงเอานักร้องโนเนมมาร่วมร้องด้วย เพราะน้อยครั้งเหลือเกินที่ศิลปินระดับท๊อปแบบจียง หรือ ใครๆก็ตาม จะนำนักร้องใต้ดิน ที่ดูเหมือนไม่ได้ช่วยส่งเสริมเพลงเท่าไรมาร่วมงาน ...
 
แต่คนแบบจียงคงไม่ต้องการความโด่งดังจากคนที่ร่วมงาน ... เขาต้องการคนที่ "เหมาะสม" กับสไตล์ของเขา ... ซึ่ง Dok2 คือ คนคนนั้น แม้มันอาจจะไม่ถูกใจแฟนๆก็ตาม ...
 
แม้จะยังมีสัดส่วนของความ Pop อยู่ค่อนข้างมาก แต่จียงก็ก้าวมาไกลจาก เด็กน้อยคนที่เคยร้องเพลงแรพหวานๆ และ แต่งเพลงรักแบบป๊อปปี้เลิฟ แบบที่เคยเป็นมาไกลมากแล้ว
 
เขาอยู่ในจุดที่สามารถตามใจตัวเองได้อย่างเต็มที่ ทั้งการใช้ชีวิต การสื่อสาร ความเปิดเผย ตีแผ่ตัวตน ให้แฟนๆได้รับรู้ และให้แฟนๆตัดสินใจ ว่า "ยังรับเขาได้อยู่หรือไม่"
 
 
 
ในปี 2013...
 
G-DRAGON ที่ไร้แรงกดดัน ผ่าเผยทุกรายละเอียด และทุ่มเทความเป็นตัวเองลงไปในเพลงอย่างเต็มที่ เขาพร้อมที่จะจัดคอนเสิร์ต SOLO อีกครั้ง... คราวนี้ เขาคิดฝันถึงระดับ World Tour ...
 
หากเป็นเมื่อ 5 ปีก่อน G-DRAGON คงถูกหัวเราะเยาะ..
แบบครั้ง Shine A Light..
 
แต่ครั้งนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว..
อย่างสิ้นเชิง..
 
5 ปีที่ผ่านมา กับผลงานการเติบโตทางดนตรี ได้พิสูจน์อะไรได้หลายอย่าง
Wolrd Tour ของ BIGBANG
ALBUM SOLO ที่เรียกเรียกคำชมจากทุกสถาบัน
วันนี้ G-DRAGON ก้าวพ้นคำว่า IDOL ไปแล้ว อย่างไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้อีก
วันนี้เขาคือ ARTIST
 
คือศิลปินที่เราสามารถใช้คำว่า "เบอร์ 1 ของเกาหลี" ได้อย่างแท้จริง
 
 
 
 
และแม้ #MICHIGO จะเป็นแค่เพลงโปรโมต World Tour ของเขาก็ตาม
แต่คุณก็รู้ว่า...
 
 
จียงได้เล่าเรื่องชีวิตของเขาให้คุณฟังอีกครั้งแล้ว
#MICHIGO
 
ผมจะบ้าให้สุดๆไปเลย..
 
 
 
 
Contact me :
 
http://www.twitter.com/alfredpoprock
http://facebook.com/poprockonfilm
http://jaypop.exteen.com
 
 
ขอความกรุณานำออกพร้อมเครดิต!!!
 
...
 
ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้จ้า พอดีพึ่งได้ดู Michigo แล้วชอบบบบบ เลยอยากเขียนอะไร
เพื่อโปรโมตเวิลร์ดทัวร์สักหน่อย ไหนๆ เพลงมันก็ทำมาเพื่อเวิลร์ดทัวร์อยู่แล้ว
เอามาจากบทความอันเก่าที่เคยเขียน One Of A Kind ด้วยเพราะฉะนั้นถ้าใครคุ้นๆ
ก็แสดงว่าเคยอ่านอันเก่ามาแล้วนั่นเองจ้า
 
เขียนรอบนี้ค่อนข้างรีบ คำที่ใช้เลยอาจจะบ้านนอกไปบ้าง (อ่านเองยังรู้สึกลิเกเลย แต่ขี้เกียดแก้ละ)
 
 
สำหรับส่วนของ MV MICHIGO นั้น... บอกได้คำเดียวว่า Michigo นี้ ... จียง บ้ามาก บ้ากว่าตอน One Of A Kind เยอะมาก
ไม่แน่ใจเรื่องคอนเซปต์ MV ว่าใครเป็นคนออกแบบ แต่นี่เป็นอีกครั้งที่ MV นี้เต็มไปด้วยสัญลักษณ์ทางเพศที่ โจ๋งครึ่มมาก!
เหมือนที่ One Of A Kind พูดเรื่องภาษิตเกาหลีเรื่องความเห็นแก่ตัว แต่จิกกัดได้อย่างเจ็บแสบ
 
MICHIGO ก็พูดเรื่องเพศเต็มๆ แม้มันไม่ได้ออกมาในเนื้อเพลงเท่าไรนัก (ซึ่งอันที่จริงก็พอจับลางได้บ้างเมื่อดูประกอบกับ MV แล้ว)
 
สิ่งแรกที่เห็นชัดสุดๆ เห็นจะเป็น การเล่นมุข Big Feet จียงเท้าใหญ่ใน MV ไม่ใช่ฮอบบิท น่ารักน่าชังอะไร มุก Big feet นี้มาจาก หนังเรื่อง The Fresh Prince (ที่ Will Smith แจ้งเกิดในฐานะดาราตลก) โดยมุกในหนังคือ "  You know what they say about a guy with big feet?" ซึ่งความหมายแฝงของมันคือ คนที่นิ้วเท้าใหญ่ อวัยวะเพศก็จะใหญ่ด้วย หรือ กระทั่งการขี่ตุ๊กตาช้าง และการฟาดงวง ฟาดงา ไปมา ยังคงส่อนัยเรื่องอวัยวะเบื้องต่ำเหมือนเดิม
 
ตามที่แฟนๆต่างประเทศตั้งข้อสังเกตุไว้ว่า Michigo M/V เล่นประเด็นทางเพศอย่างเปิดเผยคือ ..
การประกอบไปด้วย
รถไฟใต้ดิน / หน้ากากอนิเมะ / เด็กนักเรียนสาว / หมอผ่าตัด / ไม้ขนนก / ที่ตีก้น (ไม่ใช่ตะหลิวนะคะ) คือ ฉากและองค์ประกอบยอดนิยมของหนัง AV ญี่ปุ่น
 
ซึ่งนั่นทำให้กระแสของ M/V นี้ออกมาค่อนข้างหลากหลาย แม้ส่วนใหญ่จะบอกว่า จียงน่ารักมาก ใน วิกผมหลากหลายแบบ และท่าทางประหลาดๆ ขณะเดียวกับที่อีกกระแสก็ว่า จียง "แรง" มาก ไม่ใช่เรื่องการแต่งตัวหรือเพลงแบบที่เคยเป็น แต่เป็นสิ่งที่นำเสนอใน MV ต่างหากที่แฟนๆค่อนข้างทึ่งที่ จียงกล้าทำอะไรส่อนัยได้ขนาดนี้
 
แต่...ช่างเสียงวิจารณ์มันเถอะค่ะ
 
 
เจอกันใน World Tour นะคะสาวๆ..
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณที่ทำให้ รู้ถึงชีวิตของจียงนะค้ะ ^^ # อึ้งไปเหมือนกานนะเนี่ย

#2 By พรรษรัตนสรณ์ (182.52.149.140|182.52.149.140) on 2014-01-28 21:12

แอร้ยย รักจียงงงง~~ Hot! Hot! เขาคือเบอร์ 1 จริงๆ :) ปล. เพิ่งรู้ว่าเพลง michigo มีประเด็นหลักคือเรื่องเพศ... wink

#1 By BPPBPP8 on 2013-07-05 12:43

Recommend