poprock View my profile

 
 
ชีวิตของ ผม มักถูกผูกติดอยู่กับเรื่องเล่า และ อดีตนมนาม วันวานเก่าๆ
เอาล่ะ ยอมรับ ผมพยายามปฏิเสธมันมาตลอด เพ็พเพอร์ มักเจอผมบ่นเรื่องนี้เสมอ
 
"ผมไม่อาลัยอาวรณ์อดีต"
 
แต่ใครจะรู้อนาคตล่ะ แล้วก็นะ ... บางทีอดีตต่างหากที่น่ากลัว ไม่ใช่อนาคต..
 
ผมจะย้อนไปไม่ไกลนัก เรื่องมันก็เริ่มจากในถ้ำ ...
ถ้ำ...ในอัฟกานิสถาน
ตอนที่ผมถูกจับตัวไป เพือให้ผลิตจรวดเจอริโก้ให้กับกองทัพอิสระ "เทนริงส์"
ไอ้พวกบัดซบห่าเหว ..
 
ทีี่นั่น ผมเจอชายแปลกหน้า ผมฟื้นขึ้นมาพร้อมกับสายไฟโยงจากหน้าอก และ เจ็บจี๊ดตรงกลางอกทันที
ตอนนั้นผมอยากรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ไอ้ก้อนประหลาดๆที่หน้าอกเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า
ผมถามเขาไปว่า ทำอะไรกับผม เขาบอกว่า "ช่วยชีวิต" ผมยังไม่เข้าใจ
จนฟังเขาอธิบายจึงถึงบางอ้อ ... อันที่จริง ผมต้องตายไปแล้ว ...
 
"เบิร์นส ...สวิสเซอร์แลนด์... เราพบกันที่นั่น" ชายคนนั้นบอกว่า เขาเคยพบผมมาก่อน
แต่ให้ตาย ผมจำไม่ได้ อันที่จริงแล้ว ผมไม่คิดจะจดจำใครด้วยซ้ำ
 
นั่นอาจเป็น "ครั้งแรก" จริงๆ ที่บรรดาคนที่ ผมคิดว่า "ไม่รู้จัก" ดันกลายมาเป็น "คนรู้จัก" สายสัมพันธ์จากอดีต ได้หวนกลับมาหาผม ไม่ว่า มันจะมาดี หรือ มาร้ายก็ตาม ...
 
ผมมีฉายามากมาย ทั้งฉายาที่สาวๆตั้ง นักข่าว พ่อค้า ประชาชน ส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ฉายาที่ดีอะไรนัก ฉายาหนึ่งที่ไม่ค่อยอยากจะยอมรับ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ พวกเขาเรียกผมว่า "พ่อค้าความตาย" แต่ช่างหัวฉายาเถอะ ใครจะสนกัน ตราบใดที่โลกนี้ ยังยืนยันจะรักษาสันติภาพด้วย อาวุธ ผมคิดว่า งานของผมยังมีความหมาย...
 
จนกระทั่งวันที่ผมเกือบตายนั่นแหละ
 
คนบอกว่า ผมไม่ได้สร้่างสันติภาพ ผมสร้างสงครามและปีศาจร้ายต่างหาก
วันนั้นในอัฟกาฯ อาวุธที่ผมสร้าง มันกลับมาทำร้ายผม ในตอนนั้นเองผมถึงตาสว่าง...
หรือผมจะสร้าง ปีศาจ ขึ้นมาจริงๆ ชายคนที่เคยช่วยชีวิตผมในถ้ำ เคยบอกผมว่า
"ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า" คุ้มค่ากับการที่รอดออกไปได้ และนี่คือสิ่งที่ผมคิดได้
ผมทำแบบนี้ต่อไปไม่ได้ มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ผมไม่รู้ว่าพ่อคิดอะไรตอนมาทำธุรกิจนี้
แต่ผมจะไม่ทำมันต่อ...
 
ผมกลับมาได้อีกครั้ง พร้อมกับปฏิกรณ์อาร์คที่ฝังติดกับช่องอก เอาล่ะ มันประหลาดอยู่สักหน่อย
แต่นี่หล่ะทีเด็ด ผมคิดจะกลับมาพัฒนาโครงการ ปฏิกรอาร์คอีกรอบ แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยนัก
เพราะไม่ทำเงินได้รวดเร็วเหมือนตอนที่เราค้าอาวุธ
 
ทันทีที่ผมกลับมาได้ ผมก็ผลิตอาร์คอันใหม่ทันที บอกลาอาร์คตัวแรกที่ผมผลิตเพื่อช่วยชีวิตตัวเอง
แต่เพ็พเพอร์กลับไม่ยอมให้ผมเอาไปทิ้ง
 
"ผมไม่ใช่พวกอาลัยอาวรณ์อดีตหรอกนะ" ผมจำได้ว่าบอกออกไปเช่นนั้น
 
โชคดีเหลือเกิน ที่เพ็พเพอร์ไม่ได้ฟังคำสั่งผม เธอเอาอาร์คชิ้นนั้นไปใส่กล่องอย่างดีกลับมาเป็นของขวัญให้ผม
สลักชื่อ "อนุสรณ์ว่าโทนี่สตาร์คยังมีหัวใจ" น่ารักจุ๋มจิ๋ม จริงๆ ผมคิดในตอนแรก
แต่ใครจะเชื่อ ว่ามันจะกลับมาช่วยชีวิตผมอีกครั้ง ของที่ผมพยายามทิ้งเพราะคิดว่ามันไร้ค่านั่นแหละ
 
...นั่นเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมพยายามทอดทิ้งอดีต แต่แล้วมันกลับมีค่ากับผมอย่างที่ผมไม่เคยคิดมาก่อน ในภายหลัง...
 
 
เอาล่ะ ได้เวลาที่ผมจะเล่าเรื่องของพ่อได้แล้ว
 
ผมกับพ่อไม่ได้สนิทกันนัก วันๆพ่อเอาแต่คิดเลข ไม่ค่อยได้สนใจผมเท่าไร ผมเติบโตมาพร้อมกับคำยกย่องสรรเสริญ ขณะเดียวกับที่ถูกปรามาสว่าเป็นลูกชายฆาตกร ...
 
เพราะ...
พ่อเป็นหนึ่งในผู้คิดค้นระเบิดปรมาณู ...
 
แต่ผมจะว่าอะไรได้ล่ะ เขายิ่งใหญ่ แต่ถ้าใครจะมาบอกว่า พ่อรักผมมาก ถึงขั้นฝากความหวัง ผมคงไม่เชื่อเท่าไรนัก เพราะพ่อไม่เคยทำให้เห็นเลยน่ะสิ...และ ... พ่อไม่ได้ทิ้งไว้แค่บริษัทและชื่อเสียงไว้ให้เพียงอย่างเดียว เขาทิ้งศัตรูไว้ให้ผมด้วย ...
 
ผมจะเล่าเรื่องไอแวนให้ฟัง...
 
ผมไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นใคร แต่อยู่ดีๆหมอนี่ก็ทะเล่อทะล่าเข้ามาหาพร้อมกับแส้สายไฟแปล๊บปล๊าบ ที่ผมคิดว่า ...
เอิ่ม... มันค่อนข้างเป็นการเปิดตัวที่เห่ยเอากาีร แต่หมอนั่นคงคิดว่าเท่เต็มประดา แถมยังโผล่หัวมาในจังหวะที่ "บัดซบ" สุดขีด ... ผมพึ่งประกาศให้โลกรู้ไปเมื่อวันก่อนว่า ไม่มีใครสามารถผลิตปฏิกรณ์อาร์คได้แบบผมในระยะเวลาไม่กี่ปีนี้แน่
 
และไอ้นักมวยปล้ำโรคจิตคนนี้ ก็เป็นคำประกาศว่า ผมมัน "ไอ้ขี้โม้" ตัวจริง
พับผ่าสิ...
 
ผมสืบหาว่าหมอนี่เป็นใคร แล้วก็ไปเจอตอจนได้...
ดูเหมือนว่า คนจากอดีต ไม่ได้แค่กลับมาช่วยผมเหมือนที่ผ่านมาแล้วหล่ะ
คราวนี้ ผมคิดว่า เรื่องราวในอดีต มันจะกลับมาฆ่าผมซะมากกว่า
แุถม พ่อยังส่งเขามาอีกต่างหาก...
 
ไอแวนเป็นลูกชายของ แอนตัน ผู้ถือลิขสิทธิ์การผลิตอาร์คร่วมกันกับพ่อ ต่อมาเขาต้องคดีทำให้ถูกฟ้องร้อง
และถูกขับไล่จากบริษัทไป เขาเก็บงำความแค้นไว้จนกระทั่งตัวตาย ...
ลูกชายเขาเลยหันมา เล่นเอากะผมแทน...
 
เรื่องเซอร์ไพรซ์ ยังไม่หมด...
อยู่ดีๆ ก็มีชายตาเดียวโผล่เข้ามาในชีวิตแล้ว โยนกล่องสมบัติของพ่อให้
แล้วบอกว่า ผมคือกุญแจ ของอนาคต ที่ พ่อผมสร้างไว้
ผมคิดในใจ "หร่า อะไรกันวะ" ผมปฏิเสธ เพราะดูเหมือนที่ผมจำได้ ผมกับพ่อไม่ได้สนิทกัน
ขนาดจะฝากฝังอนาคตอะไรไว้แก่กัน ชายคนนั้น ยังยืนยันว่า ถ้าผมคือลูกชายของ โฮเวิร์ด สตาร์ค
นั่นก็ ถูกคนแล้ว...
 
และดูเหมือน เขาจะพูดถูก ...
 
 
พ่อตายไปหลายสิบปี แต่ยังอุตส่าห์ทิ้งกุญแจ และ กุญแจดอกนี้ยังโคตะระสำคัญตรงที่
มันสามารถช่วยชีวิตผมได้ด้วย ตอนนั้นผมกำลังจะตายด้วยสารพิษจากพาลาเดียม ในอาร์คที่ฝังอยู่บนหน้าอก
สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ผมคือ ความลับของ ธาตุใหม่ที่ไม่เคยพบบนโลก ธาตุที่อาจเปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปตลอดกาล
 
แต่ดูเหมือน เรื่องของไอแวน จะเป็นเรื่องเล็กๆไปเลย
ศัตรูที่พ่อสร้างไว้ให้ในอดีต อาจไม่โหดเท่าที่ผม สร้างเองกับมือหรอก...
 
ผมไม่ภูมิใจนำเสนอหมอนี่เท่าไร แต่ มันก็กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตผมอีกครั้งเลยทีเดียว
 
หมอนี่ชื่อ คิลเลี่ยนครับ ....
 
 
 
 
 
มาถึงภาคล่าสุดแล้วค่ะ ครั้งนี้พยายามจะไม่เขียนรีวิวแบบเดิมๆ แต่อยากเขียนในเชิงเรื่องเล่าของคุณสตาร์คมากกว่า เพราะว่า โอ้โห หนังมันเท่นะ หมายถึง มัน Cool ไม่ใช่แค่ Entertain อย่างเดียว หากไล่ดูหนังแต่ละภาคมาจริงๆ ไตรภาค IRON MAN เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องของ โทนี่สตาร์คหมดเลย หนัง IRON MAN ภาค 3 สำหรับเราถือว่าเป็นการพัฒนาของหนังแอคชั่นฮีโร่ จากมาร์เวลที่ดีมากๆเรื่องหนึ่ง และ นี่เป็นความกล้านี่น่ายกย่องนะ เพราะหนังอัดบทพูดมาเพียบจนใครกะเข้าไปเจอแอคชั่นจัดเต็มอาจหาวเอาได้ในช่วงแรกๆ แต่มันกลับเป็นความความ ถูกต้องเหมาะเจาะแก่ช่วงเวลามากๆ เพราะหนังสมควรเดินทางมาถึงจุด ซีเรียสและดราม่า ที่ต้องขบคิด แล้ว
 
เราว่าความสนุกอย่างหนึ่งของหนังซีรี่ IRON MAN (หรือคอมิค IRON MAN) คือ การเล่นกับอดีตที่เร้นลับดำมืด ยังไม่ได้รับการเปิดเผยของ ตระกูล สตาร์ค นี่แหละ และความที่มันเล่นกับเรื่องอดีต บุคลิกของตัวละครสตาร์คเองกลับคอนทราสต์กับมันอย่างสิ้นเชิงเลย คือ เขาไม่แคร์อดีต ไม่สนอดีต แต่อดีตก็กลับมาเล่นงาน และ สร้างประโยชน์ในชีวิตเขาทุกครั้ง กับ การที่ทั้งตัวโฮเวิร์ด และ โทนี่เอง ต่างก็เป็นนักสร้าง (Creator) นักซ่อม (Mechanic) พวกเขาทั้งคู่ เลยสร้างอะไรต่อมิอะไรขึ้นมามาก แล้วก็ต้องมาตามซ่อม แก้ไขสิ่งที่ตัวเองได้ทำพลาดไป
 
หนังภาคนี้ค่อนข้างตลกแบบโฉ่งฉ่างกว่าที่ผ่านมา แต่ถ้าสังเกตุดีๆมันค่อนข้างจะเป็นตลกร้าย แนวถนัดของ Shane Black หากเราเคยปลื้มกับหนังสุดยียวน อย่าง Kiss Kiss Bang Bang มาแล้ว (ตอนนั้นโรเบิร์ต ดาวนี่ จูเนียร์ก็รับบทพระเอก) เราก็อาจจะประทับใจกับจังหวะหนังของแบลคอีกรอบในหนังแอคชั่นฮีโร่เรื่องนี้ ที่หนังเต็มไปด้วย บทพูดชวนขบคิด บางครั้งเราอาจสตั๊นไป 2 วิ กับบทพูดบางอย่าง พอคิดได้ เลยต้องฮาแบบดีเลย์อีกรอบ
 
และโชคดีเหลือเกินที่หนังเดินทางมาถึงช่วงเวลา "ทบทวนตัวเอง" ของโทนี่ สตาร์ค แบลคเลยเล่นกับประเด็นเรื่องชีวิตของโทนี่ได้เต็มที่ ที่โทนี่ต้องการและสำคัญที่สุดในชีิวิตของเขา แท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่... อุปสรรคของแบล็ค อาจเป็นการที่ต้องใส่ความเป็นแอคชั่นลงมาในสัดส่วนที่ต้องสนองนี้ดแฟนๆด้วย ทำให้หนังเลยค่อนข้างขรุขระกับการเล่าเรื่องแบบดราม่ากับแอคชั่นให้เป็นเส้นเดียวกัน และหนังยังเล่าเรื่องหลากหลายไปนิด เลยอาจทำให้ไม่มีเวลากลับไปตบประเด็นที่โยนไว้ตั้งแต่ทีแรกให้เข้าที่เข้าทางเท่าไหร่ แต่โดยรวมก็ออกมา ค่อนข้างลงตัวทีเดียว
 
IRON MAN ภาค 3 สำหรับเราแล้ว ไม่ได้เป็นแฟนคอมิค ไม่ได้เป็นแฟนหนังแอคชั่นฮีโร่ ถือว่า สอบผ่าน แม้หนังจะไม่ถูกใจแฟนคอมิค อันเกิดจากการบิดเนื้อหาจากคอมิคไปจนแฟนคอมิคส่ายหน้ารับไม่ได้ก็ตาม เราเข้าใจในส่วนนั้น เพราะ เราเองเป็นแฟนหนังสือ ที่เห็นภาพยนตร์หลายเรื่องเมื่อถูกนำมาทำเป็นหนัง ได้มีการบิด ตัด เพิ่ม ตีความใหม่ จนบางครั้งเรายังแอบคิดไม่ได้ว่า หนังหยิบเอามาแต่ชื่อเรื่อง ไม่ได้หยิบ แนวคิด จากเนื้อเรื่องในหนังสือมาด้วยซ้ำ
 
แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง การที่มัน ถูกถ่ายทอดในรูปแบบของ ภาพยนตร์ มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่มันจะมีแนวทางในแบบภาพยนตร์ และ IRON MAN สำหรับเรา ในการที่มันเป็นหนัง แอคชั่นฮีโร่ เรื่องหนึ่ง มันก็ทำหน้าที่ในการเล่าเรื่องของมันได้ดี กับการเล่าเรื่องที่พลิกไปพลิกมา หากเราไม่ยึดติดกับเนื้อเรื่องตามแบบ คอมิค มากเกินไปนัก นี่เป็นหนังแอคชั่นฮีโร่ ที่มีดีมากกว่าแค่ฉากแอคชั่นอีกเรื่องเลยทีเดียว
 
 
ฝากแฟนเพจด้วยค่ะ :)
https://www.facebook.com/poprockonfilm

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!

#7 By Ordinal Gal on 2013-08-29 14:28

มีใครคนใหน ที่อยากมีรายได้เสริม งานที่วัยรุ่น ทั่วประเทศไทยเค้าทำกัน ทำอยู่ที่บ้านได้ ( รับ18ปี+) รายได้ 2000-5000บาทต่อสัปดาห์ สนใจติดต่อได้http://beside-group.com/id.php?id=7494

#6 By Art ADM on 2013-08-23 09:58

แน่นอน ผมก็เป็น 1 ในแฟนคอมมิกที่แอบผิดหวัง
และแน่นอน ผมอ่านซับไม่ทันบ้างช่วงในตอนต้น
รู้สึกเองลึกๆว่า มันแปลตรงตัวจะเมื่อแปลไทยแล้วมัน
ด้วนๆ ไงไม่รู้ครับ
แต่ผมยังมีความหวัง FF 6 ครับ ท่าจะมัน
FF ไม่ใช่ Final fantasy  นะ 5555+

#5 By แสนไกร on 2013-05-22 10:03

ชอบวิธีเล่าแบบนี้เหมือนกับเข้าไปนั่งในหัวตัวละคร
ชอบบทพูดนะ รายละเอียดทำให้ยิ่งสนุก เราฟังบทสนทนาใน avanger ไม่เบื่อเลย หัวเราะด้วย
ก็นะ จะเป็นผีเสื้อแต่ก็ต้องออกจากดักแด้ก่อน
แต่แอบเสียดายหุ่น เก็บไว้ก่อนไม่ได้เรอะwink

#4 By ลอยลมเล่น on 2013-05-13 15:38

ชอบดูหนังแอคชั่น
ไม่ชอบดูหนังชีวิตเศร้าๆ
( Hot! Hot! )

#3 By Nirankas on 2013-05-05 07:17

Hot!

#2 By winter-moonlight on 2013-05-03 16:38

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ
ที่ทำให้ได้เห็นรู้ในสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน
ขอบคุณค่ะquestion question question question question

#1 By gertrude on 2013-05-03 11:32

Recommend