poprock View my profile

 
... Prelude ...
 
แผ่นดินกำลังแยกออกเป็นเสี่ยงๆ
เสียงกรีดร้องของผู้คนดังระงม
 
นครเมโทรโพลิสกำลังล่มสลาย
จะว่าไปแล้ว ... ดาวคริปตอน ต่างหากที่กำลังจะล่มสลาย ...
 
จอเอล วางทารกน้อยไว้ในยานลำที่เขาพึ่งประกอบเสร็จ
เด็กน้อยขดตัวอยู่ในกระสวยยาน อย่างไม่รู้เรื่องราว
จอเอลมองหน้าลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนส่งบุตรชายออกไปยังดวงดาวอันไกลโพ้น ..
 
กระสวยยานของ "คาลเอล" ลอยออกมาไกลแสนไกล .. ทารกน้อยไม่มีวันได้เห็น
การระเบิดครั้งใหญ่ของดวงดาว ที่เป็นบ้านเกิดของเขา
ที่ที่บรรพบุรุษของเขาสูญสิ้น ...
 
 
สภาพแวดล้อมบนดาวคริปตอน ทำให้สิ่งมีชีวิตบนดาวนั้นๆต้องปรับสภาพเพื่อความอยู่รอด นับหมื่น นับแสนปีที่พวกเขาค่อยๆปรับสภาพจนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ แม้พวกเขามีมีสภาพภายนอกเหมือนมนุษย์ทั่วไป แต่ผลจากวิวิฒนาการทางพันธุกรรม ทำให้พวกเขามีเรี่ยวแรงมหาศาล สามารถได้ยินเสียงในระยะไกล ดวงตาสามารถปล่อยลำแสงทำลายล้าง และเฉลียวฉลาดอย่างน่าทึ่ง และยิ่งพวกเขาอยู่ใกล้กับดวงอาทิตย์มากเท่าไร พลังของพวกเขาจะยิ่งเพิ่มพูนขึ้นด้วย ...
 
จอเอล เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นอัจฉริยะที่สุดของยุค เขาอยู่ในสภานักวิทยาศาสตร์ของดาวคริปตอน ครั้งหนึ่งจอเอลได้เอ่ยคำเตือนเรื่อง พลังทำลายล้างของ แร่คริปตอนไนท์ใต้พื้นภิภพ แร่ที่ทำให้ชาวคริปตอนกลายเป็นยอดมนุษย์ กำลังจะเบิดออก และจะทำลายดวงดาวทั้งดวง แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะพวกเขาต่อสู้กับเรื่องของ แร่คริปตอนไนท์มานานเกินกว่าจะใส่ใจมันอีก เมื่อในตอนนี้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตอยู่กับมันได้แล้ว พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาใดๆอีก
 
วันนั้นเอง ... จอเอลได้ต่อยานเพื่อหนีออกจากดาวคริปตอน
 
แต่แม้เขาจะตระหนักได้เป็นคนแรกๆ แต่ก็สายไปเสียแล้ว
ดาวกำลังจะระเบิดออก จอเอลจึงตัดสินใจ ส่งลูกชายของเขา "คาเอล" ออกไปเพียงคนเดียว
เด็กน้อยจะต้องรอดชีวิต
 
ในวาระสุึดท้าย จอเอลคาดหวังให้ "คาลเอล" เป็นความหวัง ของดวงดาวที่เขาไปถึง
และ อย่าปล่อยให้มันสิ้นสูญแบบดาวคริปตอน ลูกชายของเขาคงอยู่รอดปลอดภัยจากดาวต้องคำสาปนี้แล้ว
และ "คาลเอล" จะเป็นชาวคริปโตเนียนคนเดียวที่เหลืออยู่ในจักรวาลนี้
 
"นายพลซอด" รอดมาได้จากภาวะสิ้ญสูญของดวงดาวบ้านเกิด และสิ่งเดียวที่เขาคิดออกคือ "ทวงคืน"
 
สายเลือดของจอร์เอล รอดพ้นจากหายนะยิ่งใหญ่ครั้งนี้ได้เช่นเดียวกัน และ หนีออกไปยัง ดาวเคราะห์อีกดวงก่อนหน้าเขา ซึ่งไม่ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน เขาจะต้องตามหาเด็กนั่นให้เจอ
 
ที่นั่นคือ "โลก" นั่นเอง ...
 
 
 
 
 
บทพิสูจน์ของการ Revolution คือ ผู้แข็งแกร่งกว่าชนะเสมอ
 
Zack snyder บอกว่า Man Of Steel จะไม่เหมือน Superman คนอื่นๆ เขาจะเป็น "มนุษย์ต่างดาว" ของโลกนี้อย่างแท้จริง
 
หาก Comic, Novel , Movie หรือแม้แต่ TV Series แบบ SmallVille ฉายให้เราเห็นภาพการเติบโตของ Kal-El หรือ "Clark Kent" ในแบบ Coming Of Age เด็กน้อยซุปเปอร์แมน ค่อยๆรับรู้ตัวตนของตัวเองตั้งแต่วัยเด็ก รู้ว่าตัวเองมาจากไหน และทำอะไรได้บ้าง เขาออกบินไปไหนต่อไหนด้วยผ้าคลุมสีแดง เป็นที่รู้จักในฐานะมนุษย์กายสิทธิ์ตั้งแต่เยาว์วัย ออกช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากในภาคต้นฉบับนั้น Jor-El มีแผนการสำหรับการเติบโตของลูกชายของเขาบนดาวเคราะห์ดวงนี้อย่างดี โดยฝากฝังข้อความมาให้คนที่รับเลี้ยง Kal-El ชี้แจงเป้าประสงค์ และสิ่งที่เขาควรทำเพื่อโลกใบนี้ในฐานะ Superman
 
Clark Kent ฉบับดั้งเดิม จึงมีเป้าหมายชีวิตที่ค่อนข้างชัดเจน และเติบโตมาด้วยความดีงาม ความเสียสละ และมีจุดมุ่งหมายเพื่อปกป้องช่วยเหลือมนุษย์มาตั้งแต่วัยเยาว์ เป็น "Hero" ของโลกมนุษย์โดยสมบูรณ์แบบ
 
เอกลักษณ์ดั้งเดิมของเหล่าฮีโร่ของ DC Comics คือความ "ดีงาม" ซึ่ง เป็นคาแรคเตอร์ที่ถูกปรับใหม่จนหมด เนื่องจากในยุคนั้น โลกพึ่งผ่านพ้นสงคราม และผู้คนยังคงเจ็บช้ำจากสงครามและสภาพเศรษฐกิจอันย่ำแย่ คาแรคเตอร์ของ Superman จากโหดๆฆ่าไม่เลี้ยง จึงกลายเป็นหนุ่มทรงคุณธรรมสุดเลิศล้ำ ออกไปทางซื่อจนเซ่อเลยทีเดียว
 
แล้วผู้คนก็ชื่นชอบตัวตน Superman แบบนั้นกันมาก ความโด่งดังในตอนนั้นทำให้ Superman กลายเป็น Hero ยอดนิยมอันดับ 1 ตลอดกาล
 
แต่ยุคสมัยที่เปลี่ยน ค่านิยมก็เปลี่ยนตามไปด้วย คาแรคเตอร์ "ดีเกินไป" ที่เคยได้รับความนิยมในยุคแรก เริ่มน่าเบื่อและไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป เนื่องจากตัวตนของ "ฮีโร่คนดี" ดูห่างไกลความเป็นจริงในยุคปัจจุบัน ผู้อ่านและผู้ชมมีทางเลือกมากมาย รวมทั้งการมีถือกำเนิดของสตูดิโอ Marvel ที่ต่อมากลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ DC
 
จุดเด่นของฮีโร่จากฝั่ง Marvel คือ มีลักษณะนิสัยใกล้เคียงกับ "มนุษย์ธรรมดา" มากกว่า พวกเขามีความรัก โลภ โกรธ หลง เหมือนที่มนุษย์ทุกคนมี ทำให้เกิดการเปรีียบเีทียบอย่างชัดเจนขึ้น การเป็น "คนดีทุกกระเบียด" เลยกลายเป็นเรื่องซ้ำซากจำเจ และ ล้าสมัยไปโดยปริยายในวงการภาพยนตร์
 
หากเปรียบ DC เป็น Hero - Marvel ก็คงเป็น Villian เลยทีเดียว
พวกเขาเกิดมาเพื่อห้ำหั่นกันโดยเฉพาะ
 
เพราะฉะนั้น ... ลืม Clark Kent ฉบับดั้งเดิมไปซะ
 
เพราะที่ "Kal-El" ที่นั่งมาในกระสวยลำนี้ คือ Clark Kent ฉบับลึกลับดำมืด หม่นหมอง โศกตรม อมทุกข์ และดูท่าจะไม่ค่อยมีความสุขเ่ท่าไรนัก ...
 
Clark Kent ของ Snyder และ Goyer เติบโตมาพร้อมความคลุมเครือ ... เขาไม่รู้กระทั่งว่าพ่อแม่เป็นใคร และเขาได้พลังมาได้อย่างไร แล้วเขาสมควรใช้มันตอนไหน หรือ เพื่อใคร คลากใช้ชีวิตแบบคนที่พยายามกลมกลืนเป็นส่วนเดียวกับสังคม แม้ตัวเขาจะรู้ดีว่าไม่ใช่ก็ตาม และเขาแทบไม่รู้วิธีทำตัวให้กลมกลืนด้วยซ้ำ ภายนอกเขาดูเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ แต่จริงๆแล้ว เขาไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้เลย ...
 
มันเริ่มจะมืดหน่อยๆแล้ว...
 
พ่อแม่บุญธรรมของ Clark พยายามเลี้ยงดู Clark ให้เติบโตขึ้นมาอย่างดี อย่างเด็กปกติ อย่างมนุษย์ั่ทั่วไป Clark ต้องเผชิญกับเรื่องราววัยเด็กสุดหม่นหมอง นำไปสู่ความก้าวร้าวเล็กๆในช่วงชีวิตวัยรุ่น ช่วงชีวิตนั้น Clark ต้องเสียสละอย่างยิ่งใหญ่เพียงเพื่อ จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบนี้
 
จากเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับพลังวิเศษ และใช้มันช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างสนุกสนานเริงร่า กลายเป็น เด็กอมทุกข์ เติบโตมาพร้อมกับความกดดันและภาระหนักอึ้งที่ไม่รู้จุดหมายของการแบกรับมัน ไว้ จนกระทั่งเขาเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้วนั่นแหละ
 
หากชาวดาวคริปตอนและ Kal El ใช้เวลาแสนนานในการ Revolution จนสามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายได้
Man Of Steel ก็ผ่านการ Revolution เพื่อความอยู่รอดของ Superman ในยุคปัจจุบันด้วยเช่นกัน
 
 
 
 
ขึ้นอยู่กับว่าจะเติบโตไปเป็นอะไร เรามีทางเลือกเสมอ
 
เราพบว่า "พ่อ" เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ Clark Kent เติบโตมาเป็นมนุษย์ได้อย่างดีงาม ขณะที่ "พ่อ" ก็ทำให้ Kal-El ได้รับรู้หน้าที่ที่แท้จริง ในฐานะ Superman ของตัวเอง
 
สำหรับ Clark Kent ที่เติบโตมาอย่างมนุษย์ แต่เขากลับคิดว่าตัวเองแปลกแยกจากโลกใบนี้เสมอ เราจะเห็นได้ว่า Clark แทบไม่คบค้าสมาคมกับใคร และมักไม่สนิทสนมกับใครเป็นพิเศษ "Jonathan Kent" พ่อบุญธรรมของเขาก็ได้ปลูกฝังบางสิ่งบางอย่างสำหรับ "คนพิเศษ" เช่น Clark รวมไปถึงการกล่อมเกลาจิตใจลูกด้วยความเข้าอกเข้าใจของ Matha แม่บุญธรรม ทำให้ Clark เติบโตมาแบบ "มนุษย์ที่มีจิตใจเหนือคนธรรมดา"
 
ในฐานะมนุษย์ทั่วไป Clark ก็เป็น "ยอดมนุษย์" อยู่แล้ว
 
Jonathan เคยมอบคำถามให้ Clark หาคำตอบเอง แม้เรามีจะข้อจำกัดมากมายในการใช้ชีวิต แต่มนุษย์เราก็มีสิทธิ์เลือกเสมอ และสิ่งที่เราเลือก จะกำหนดเส้นทางชีวิตเราในอนาคต มันเป็นคำสอนง่ายๆจากพ่อสู่ลูก แต่สำหรับในหนัง Superman มันคือคำถามที่นำไปสู่วาระสำคัญในชีวิต
 
หนังได้เพิ่มเงื่อนไขให้ดาวต้นกำเนิดของ Kal-El ที่ส่งให้คำพูดนี้ของ Jonathan ทรงพลังอย่างยิ่ง
 
Clark Kent .. Kal-El .. Superman
เหนืออื่นใด เขาไม่ได้เป็นอะไรเลย นอกจาก
 
การเป็น "ลูกชายของยอดมนุษย์"
 
 
 
 
คุณต้องมีศรัทธา แล้วความไว้วางใจจะตามมา
 
ทุกคนๆทีี่มีส่วนร่วมในหนังเรื่องนี้ต่างพูดว่า สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหนัง Man Of Steel ไม่ใช่ Action scene แต่มันคือ Screen play ที่สุดลึกล้ำ และซับซ้อนอย่างมาก แต่เมื่อได้เห็นผลงานแล้ว อาจทำให้เรานึกค้านในใจว่า ที่บอกว่า "บทหนัง" คือ "จุดเด่นที่สุด" มันจะใช่แน่เหรอ? เพราะหากวัดเอาจากองก์สุดท้าย จุดเด่นของหนังเรื่องนี้ มันน่าจะเ็ป็นฉาคแอคชั่นล้างเมืองมากกว่าบทหนังที่ดูแล้วขาดๆเกินๆชอบกล
 
แต่เพราะนี่คือการโคจรมาพบกันของเหล่า 3 ทหารเสือ David S.Goyer, Christopher Nolan ที่การฟิวชั่นของทั้งคู่ได้สร้างผลงานสุดท๊อปฟอร์มที่หากินได้ยันแก่แบบ Batman Trilogy มาแล้ว และ แท็กทีมด้วย ผู้กำกับที่มีมุมมองต่อ "Action Hero" ไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเค้าเ่ท่าไรนักแบบ Zack Snyder นั่นทำให้เราต้องมองชัดๆถึงจุดประสงค์ของหนัง และเรื่องที่ต้องการถ่ายทอด กันสักเล็กน้อย
 
หากนี่คือการ REBOOT ใหม่หมด และ หากนี่เป็นหนังภาคเดียว มันก็ได้สร้างสรรค์ตัวตนซุปเปอร์แมนคนใหม่ขึ้นมาแล้ว บทเซ่อๆซ่าๆและหล่อน่ารัก แบบภาคก่อนๆถูกแทนที่ด้วยฉากแอคชั่นสุดบ้าคลั่งและตัวตนของพี่ซุปสุดเซอร์ และ นี่คือซุปเปอร์แมนคนใหม่ของทศวรรษนี้อย่างแท้จริง บุรุษเหล็กผู้แข็งนอก อ่อนใน เหมือนมนุษย์ทั่วไป โกรธได้ รักเป็น "ผิดพลาด" เหมือนมนุษย์ทั่วไป
 
 
 
 
แต่ถ้านี่คือ PRELUDE ของ TRILOGY
มันมีอะไรซ่อนอยู่ใน Man of Steel ภาคเริ่มต้นนี้หรือเปล่า?
 
หากนี่คือ Prelude ของ Man Of Steel มันก็ "โหมโรง" ได้แบบถล่มลายเลยทีเดียว
 
Superman ใน Man Of Steel ไม่ได้เริ่มต้นจากการเป็น Superboy แต่เขาเป็น Freak และส่วนเกินของโลก ไม่มีใครรู้จักหรือต้องการ แต่ครอบครัวของเขาก็ปลูกฝัง "ตัวตน" ในฐานะ "มนุษย์" ให้กับ Superman อย่างเต็มเปี่ยม นอกจากการเรียนรู้เรื่องความเมตตา และ ความเสียสละแล้ว บนโลกมนุษย์นั้นยังมี "เรื่องที่เราสามารถ แต่ไม่อาจทำได้" บางครั้งเราก็ต้องยอมปล่อยใหุ้ทุกอย่างเป็นไปอยู่ด้วย มันเป็นความจริงที่น่ารำคาณ และ Clark Kent ก็ได้พิสูจน์มาแล้ว ทำให้เขาเข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างดี แต่กลับไม่เข้าใจเรื่องของต้นกำเนิดตัวเองเ่ท่าไรนัก ...
 
นอกเหนือจากการพาไปดูดาวต้นกำเนิดของ Superman แล้ว Man Of Steel ก็แทบไม่เปิดเผยรายละเอียดอื่นๆให้เรารับรู้เลย การตัดสลับของหนังในช่วงแรกนั้น เป็นเทคนิคการปิดพรางข้อมูล ด้วยการโยนรายละเอียดเล็กๆน้อยมาให้เราติดใจสงสัยแทน โดยไม่มีการเฉลยใดๆทั้งสิ้น จนทำให้คนดูแบบเราหงุดหงิด ที่หนังค่อนข้าง "ไม่มีอะไร" นอกจากฉากแอคชั่นมันระเบิด
 
แต่สำหรับคนที่พึ่งค้นพบ "หน้าที่" ของตัวเองเป็นครั้งแรกแบบ Superman มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในชีวิต และ บทพิสูจน์มันก็ยิ่งใหญ่พอๆกัน หนังเลยขยายส่วนนี้ให้เป็น "ความอลังการล้านแปด" ของการค้นพบ "ความหมาย" ในชีวิตของตัวเอง ด้วยฉากระเบิด และ ห้ำหั่นมันระเบิดระเบ้อ แบบ "หยุดพูด!!!" ไม่ต้องคุยอะไรกันทั้งนั้น ซัดกันนันสต็อป
 
นั่นทำให้เรายิ่งเชื่อมือ 3 ทหารเสือ และแนวทางที่หนังกำลังจะดำเนินไป ทั้งการเล่าเรื่องดราม่า และ การเล่าเรื่องแอคชั่นในส่วนผสมเกือบใกล้เคียงกัน และยังสามารถรังสรรค์คิวแอคชั่นได้อย่างมโหราฬ ขณะที่เรายังแทบไม่ได้รู้จัก "ตัวตน" ของ Superman อย่างชัดเจนเท่าไรนัก
 
ความหมายของ Man Of Steel จึงอาจเป็นการ ค้นพบ เติบโต พลุ่งพล่าน
Clark Kent ยังไม่เคยใช้ชีวิตในฐานะ Superman จริงๆเลยด้วยซ้ำ
 
นี่คือ ..
 
The Superman Begin ...
 
 
 
 
 
 
...
 
 
 
บังอาจมาล้อเลียน โนแลน เร้อะ เองงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง ><
 
ก่อนอื่นเลย พี่ซุปหล่อมากค่ะ แต่คือ เราไม่ได้สนใจโปรเจค Man Of Steel มาก่อนเลย ออกแนวไม่อยากดูด้วย ดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ พอดีบังเอิญได้อ่านบทสัมภาษณ์ของ Henry Cavill มา ... เลยตัดสินใจว่า "ต้องดู" ทันที เพราะพี่ซุปคนนี้ดู "ธรรมดา" จริงๆค่ะ ตัวตนของ เฮนรี่ คาวิลล์จากบทสัมภาษณ์ ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย แต่ตอบคำถามและแสดงความเห็นได้อย่างฉลาดและน่ารักมาก *เคลิ้ม*
 
จนกระทั่งเรามาเจอบทสัมภาษณ์อีกชิ้นของ สไนเดอร์ ที่บอกว่า คาวิลล์ คือ คำตอบเพราะ เขาเหมาะกับการเป็น ซุปเปอร์แมนคนใหม่จริงๆ ไม่มีใครคิดว่า เขาจะดูเป็นคนธรรมดา และ เป็นซุปเปอร์แมนได้พร้อมๆกันแบบ คาวิลล์เลย ซึ่งคุณจะได้พิสูจน์มันในหนังค่ะ ว่า สไนเดอร์ ไม่ได้พูดเกินจริงเลย

รีวิวนี้ ดูๆไปเหมือนการหาข้ออ้างให้ข้อบกพร่องของหนัง แต่นั่นเป็นเพราะ เราชอบหนังมาก แม้มันจะดำเนินเรื่องแบบกะ้ท่อนกะแท่นไปหน่อย และ อารมณ์ของหนังจะโดดๆไปนิด แต่ในส่วนของการปิดพรางข้อมูลของหนังเราชอบมากค่ะ ไอ้เทคนิคการตัดสลับนั่นแหละ เพราะนั่นยิ่งทำให้หนังเกิดทางเลือกมากมายสุดๆสำหรับภาคต่อไป (ถ้ามี ซึ่งคงมีแน่ๆ) และการเล่าเรื่องพี่ซุปเพียงน้อยนิด ด้วยการเอาเรื่องวัยเด็กมาให้ดูเพียงนิดน้อยยย ยิ่งทำให้ลุ้นไปใหญ่ ว่าทำแบบนี้ ต้องอุบตัวร้ายภาคต่อไว้เป็น Lex Luther แน่นอน ... อ้อ แล้วส่วน Prelude นั่นดูเหมือนไม่ได้มาจากหนังเท่าไหร่ เพราะเราเขียนจากส่วน Man Of Steel ที่เป็น Novel โดย Elliot S. Maggin ผสมกับหนัง Man Of Steel ฉบับ Zack Snyder ค่ะ


คะแนน 4/5

บทความนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว และ ผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ทีนี้



ฝากแฟนเพจด้วยจ้า
https://www.facebook.com/poprockonfilm
https://twitter.com/alfredpoprock

 
 

http://dc.wikia.com/wiki/Dru-Zod_II_%28New_Earth%29
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%8C

Comment

Comment:

Tweet

ซุปเปอร์แมนนน
บาคาร่า
บาคาร่าออนไลน์

#7 By pimmy (176.67.81.241|176.67.81.241) on 2015-06-06 15:25

confused smile  สำหรับแฟนคลับ ซุปเปอร์แมน และ Small Ville อย่างผม รู้สึก ผิดหวังกับเนื้อหา ของ Man of Steel ที่ดู ขัดๆ ขาดๆ เกินๆ
ไม่ให้ความรู้สึกน่าติดตามเลยจริงๆ angry smile
Hot! Hot!

#6 By AML story on 2013-07-19 21:57

Hot! Hot! Hot!

#5 By BPPBPP8 on 2013-07-05 12:33

ด้วยรายได้ทั่วโลก 408,112,745 $ ในตอนนี้ก็น่าจะพอให้พี่ซุปเราไปต่อได้อีกเฮือกแล้ว ภาคต่อไปคาดว่าน่าจะลดความอลังการลง ใส่เนื้อหาให้มากขึ้นและน่าจะเชือดเฉือนกับ เล๊ซ ลูเธอร์ ในด้านความคิดอีกที แต่ภาคนี้อลังการมากแม้อาจจะบดบังบางส่วนของหนังไปก็ตาม ^^
Hot! Hot! Hot!

#4 By Mint Movie on 2013-06-27 12:03

Hot!
เราก็ชอบพี่ซุปเวอร์ชั่นนี้มากๆ ค่ะ  อยากให้มีต่อ

#3 By akua on 2013-06-26 20:20

ทำไมผมคิดว่า ความไม่ลื่นไหล สะดุดบ้างอะไรบ้างเป็นลายเซ็นต์ของสไนเดอร์ล่ะ /โดนตื้บ โดยส่วนตัว ผมคิดว่าฉากแอ็คชั่นท้ายเรื่องมันบดบัง เนื้อหาและประเด็น ที่ใส่มาไปซะเยอะน่ะครับ แล้วที่มันดูขาดๆ เกินๆ น่าจะเป็นเพราะ ไม่รู้ว่าภาคนี้จะทำเงินได้จนต่อภาคสองได้หรือเปล่า เลยแบบ แทงกั๊กพอควร ถ้าได้ไปต่อก็มีอะไรให้เล่นอีก ถ้าไม่ได้ไปต่อเท่านี้ก็อลังการงานสร้างล้านแปดพอสมควรแล้ว...
Hot! Hot! Hot!

#2 By FIEPun on 2013-06-22 22:57

It isn't east to be Me.
Hot! Hot! Hot!

#1 By แสนไกร on 2013-06-22 09:05

Recommend